Tour: Europe Tour Europe Tour Europe Tour Europe Tour Europe
Home > Tour Destination > แมจิคอิตาลีทริปรถไฟ Trenitalia 11 วัน

แมจิคอิตาลีทริปรถไฟ Trenitalia 11 วัน

รายละเอียด

สวัสดีฮอลิเดย์

นำเที่ยวมิติใหม่  ประหยัดและได้อรรถรสพร้อมความสนุกสนาน

แมจิคอิตาลีทริปรถไฟ Trenitalia 11 วัน

นั่งรถไฟด่วน High Speed Train

ระหว่าง 4 เมืองใหญ่

บินสายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ (SQ) 



เที่ยวสะดวกสบาย มีหัวหน้าทัวร์ดูแลตลอดทริป

เส้นทางที่จัดเตรียมการอย่างดี  ไม่เหน็ดเหนื่อยอย่างที่คิด

ใช้ 3 เมืองเอกเป็นฐานการท่องเที่ยว

โรม – ฟลอเรนซ์ – เวนิส

นำไปสู่การเที่ยวลึก

โดยมิต้องลากกระเป๋าเดินทางไปยังที่เที่ยวต่างๆ


รายละเอียดทัวร์

ทัวร์วันที่ 1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ – สิงคโปร์

19.00 น.

พร้อมคณะที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ ประตู 5 แถว K พบเจ้าหน้าที่ “สวัสดีฮอลิเดย์” คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก ** ไม่ควรซื้อสินค้าประเภทของเหลว (เช่น น้ำหอม หรือสุรา) ที่มีปริมาณมากกว่า 100 มิลลิลิตรเพราะจะต้องผ่านการตรวจเครื่องเอ็กซเรย์อีกครั้งที่สนามบินชางงี ประเทศสิงคโปร์ หากฝ่าฝืนสินค้าของท่านอาจจะถูกเจ้าหน้าที่สั่งให้ทิ้งหรือถูกยึดโดยไม่ได้รับคืน กรุณาซื้อตอนขากลับมายังสนามบินสุววรณภูมิ หรือถ้าต้องการซื้อเลย แนะนำให้แจ้งทางร้านว่าจะมารับตอนขากลับ

21.10 น.

ออกเดินทางสู่สิงคโปร์ โดยสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ SQ 981 (ใช้เวลาบิน 2.30 ชั่วโมง)


ทัวร์วันที่ 2 สิงคโปร์ – โรม – วาติกัน – มหาวิหารเซ็นต์ปีเตอร์ - ป้อมปราการซานแอนเจโล่ - จัตุรัสนาโวน่า – วิ

00.40 น.

ถึงสนามบินชางงี ประเทศสิงคโปร์ แวะพักเพื่อรอการเปลี่ยนเครื่อง

01.55 น.

ออกเดินทางสู่กรุงโรม โดยสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ SQ 366 (ใช้เวลาบิน 13.15 ชั่วโมง)

08.10 น.

ถึงสนามบินฟิอุมมิชิโน่ กรุงโรม ประเทศอิตาลี ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง)

เช้า

นำเดินทางเข้าสู่กรุงโรมโดยรถเช่า Charter สู่ที่พักโรงแรม Le Petit Roma ระดับสามดาว Modern ใกล้สถานีรถไฟ (ระยะทางจากสนามบินประมาณ 33 กม.) นำกระเป๋าเดินทางฝากที่โรงแรม (ระเบียบการเช็คอินโรงแรมทั่วไป จะเป็นช่วง 13.00-15.00 น.นอกเสียจากโรงแรมมีห้องว่างพร้อมที่จะบริการ) จากนั้นนำเที่ยวชมกรุงโรม ศูนย์กลางแห่งอาณาจักรโรมัน และรัฐอิสระวาติกัน นำเดินจากโรงแรมไปขึ้นรถโดยสารสาธารณะที่ป้ายบนถนน Nazionale/Torino ลงจากรถบัสสาธารณะแล้ว นำเดินไปยังวิหารแพนธีออนPantheon (ระยะทางเดินประมาณ 400 เมตร)

ชมวิหารแพนธีออนที่สร้างโดยมาร์คุสวิพซานิอุส อกริพพา Marcus Vipsanius Agrippa ในสมัยจักรพรรดิออกุสตุสAugustus ราว 27 ก่อนคริสต์ศตวรรษ – คริสต์ศตวรรษที่ 14 ใช้สำหรับเป็นเทวะสถาน Roman Temple และสร้างขึ้นมาใหม่ที่เห็นในปัจจุบัน ในสมัยของจักรพรรดิแฮเดรียน ประมาณ ค.ศ.126 อีกหนึ่งร้อยปีต่อมานั่นเอง ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 7 เปลี่ยนมาใช้เป็นคริสต์ศาสนสถานของโรมันคาทอลิก ที่อุทิศให้ “พระแม่มารีและผู้พลีชีพเพื่อศาสนา” ตัวตึกเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีโดมขนาดใหญ่ที่เก่าที่สุดในกรุงโรม ความสูงของช่องตา (Oculus) บนเพดานและ เส้นผ่าศูนย์กลางของช่องวัดจากด้านในเท่ากับ 43.3 เมตรเท่ากันนับเป็นสิ่งก่อสร้างที่เป็นโดมใหญ่โตของโรมันที่เหลือมาให้เห็นในรูปแบบสมบูรณ์ทีเดียว และเป็นแบบอย่างให้กับการสร้างโดมยุคหลังในอิตาลี่

ใช้เวลาตามสมควร จากนั้นนำเดินไปชมจัตุรัส นาโวนา Piazza Navona (ระยะทางเดินประมาณ 450 เมตร) จัตุรัสแห่งนี้ในอดีตเป็นสนามแข่งขันกรีฑาที่มีอายุเก่าแก่ถึงคริสตศวรรษที่ 1 แต่สภาพของจัตุรัสแห่งนี้ที่เห็นในปัจจุบันถูกสร้างขึ้นในช่วงคริสตศวรรษที่ 17 โดยกลางจัตุรัสเป็นที่ตั้งของเสาโอเบลิสก์จากอียิปต์ และน้ำพุจตุมหานที ผลงานชิ้นเอกของเบอร์นีนี่ ศิลปินชื่อดังที่รังสรรค์น้ำพุแห่งนี้เพื่อเป็นตัวแทนของมหานทีทั้งสี่ทวีป อันได้แก่ แม่น้ำดานูบ คงคา ไนล์ และแม่น้ำพลาต้าRio de la Plata ในอเมริกาใต้ ตัวจัตุรัสรายล้อมไปด้วยร้านขายของที่ระลึกและอาหาร และ แผงภาพเขียนซึ่งศิลปินนำมาวางขาย

เที่ยง

อาหารกลางวันตามอัธยาศัย ณ บริเวณจัตุรัส Piazza Navona (ไม่ได้รวมในรายการทัวร์)

บ่าย

นำเที่ยวรัฐอิสระวาติกัน ศูนย์กลางแห่งศาสนาคริสต์โรมันคาทอลิก มรดกโลกแห่งองค์การยูเนสโก้ในปีค.ศ.1980 นำเดินจากจัตุรัสเปียซซ่านาโวน่า Piazza Navona ข้ามสะพาน Ponte Sant’Angeloสู่ป้อมปราการซานแอนเจโลCastel Sant’Angelo (ระยะทางเดินประมาณ 700 เมตร) ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำไทเบอร์ Tiber River ป้อมปราการนี้เคยเป็นสุสานของจักรพรรดิเฮเดรี่ยนHadrian แห่งจักรวรรดิโรมันสร้างในสมัย กลางศตวรรษที่ 2 แล้วเปลี่ยนมาเป็นป้อมปราการป้องกันภัยจากกองทัพ Visithgothตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 5 จนล่มสลายเมื่อปี ค.ศ.537 เมื่อเข้าสู่ยุคคริสต์ศาสนจักร ทางวาติกันก็นำมาแปลงเป็นศาสนสถานอุทิศให้แก่นักบุญเทวดาไมเคิลArchangel Michael ในคราวพ้นจากวิกฤตกาฬโรค เมื่อปี ค.ศ.590 และเมื่อเกิดศึกสงครามอีกมากมายก็ถูกใช้เป็นที่คุ้มกันพระสันตปาปาและยังใช้เป็นที่คุมขังนักโทษอีกด้วย

จากนั้นนำเดินต่อ(ระยะทางเดินประมาณ 800 เมตร)สู่นครรัฐวาติกัน นำเข้าชมมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ในนครวาติกัน รัฐอิสระที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรมซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาธอลิคและที่ประทับของพระสันตะปาปา ชมประติมากรรมอันลือชื่อ “ปิเอต้า” ของไมเคิลแองเจโล โบอานาร็อตติ และชมซุ้มบุษบกเหนือแท่นบูชา "บัลแดคคิโน"Baldacchino ที่หล่อด้วยทองบรอนซ์ขนาดใหญ่อย่างงดงามโดยจิอาน ลอเรนโซ่ เบอร์นินี่ มีความสูง 29 เมตร ตั้งอยู่ใต้หลังคาโดมหรือคูโปล่า Cupola ขนาดใหญ่ และใต้ลงไปเป็นที่ตั้งของหีบศักดิ์สิทธิ์ที่ประดิษฐานพระอัฐิของนักบุญเซนต์ปีเตอร์ (สันนิษฐาน) สำหรับโดม คูโปล่าที่เห็นนี้สร้างเสร็จสมบูรณ์โดยช่างเอก จิอานโคโม่ เดลลา ปอร์ต้ามีเส้นผ่าศูนย์กลาง 42.56 เมตร และสูงจากพื้นถึงยอดกางเขน 136.57 เมตร งานก่อสร้างมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์Saint Pater Basilica ถือเป็นงานชิ้นเอกของศิลปะเรอแนซองค์ที่ดีที่สุดของโลกและกว่าจะมาสร้างแล้วเสร็จก็ได้ศิลปะอีกยุคหนึ่งคือศิลปะบาโร็ค จากสมัยศตวรรษที่ 17 เข้ามาผสมผสานอย่างลงตัว ตัวอย่าง เช่น ซุ้มบุษบกบัลแดคคิโน และระเบียงโค้งที่ต่อเป็นปีกออกมาจากตัววิหารประกอบด้วเสากลมสามแถวซึ่งมีจำนวนเสาสูง 20 เมตรทั้งหมด 284 ต้น มีรูปสลักบุคคลประดับบนระเบียง 140 รูป ภายในวงล้อมของระเบียงที่มีพื้นที่กว้างขวางจึงเป็นจตุรัสสำคัญ มีชื่อเรียกว่า เปียสซ่า ดิซานปิเอโตรPiazza di San Pietro ที่คริสต์ศาสนิกชนจะมาชุมนุมกันแน่นขนัดในวันสำคัญๆทางศาสนา และวันประกอบพิธีมิซาโดยพระสันตปาปาทุกวันอาทิตย์จากพระบัญชรบนอาคารที่ประทับเหนือระเบียงโค้ง กลางจตุรัสออกแบบประดับด้วยบ่อน้ำพุแบบบาโร็ค 2 บ่อ ตรงกึ่งกลางจตุรัสมีเสาหินโอเบลิสก์Obelisk อายุ 4,400 ปี สูง 25.5 เมตร (รวมฐานและกางเขนที่ยอด สูง 41 เมตร) เสาหินนี้ถูกขนานนามว่า “The Witness” มาจากอิยิปต์ในสมัยจักรพรรดิคาลิกูล่า Caligula

*ท่านที่ต้องการเข้าชมพิพิธภัณฑ์วาติกันและวิหารซีสทีน ช่วงนี้ท่านมีเวลาเข้าชม แต่กรุณาวางแผนจองเวลาและซื้อตั๋วล่วงหน้าได้จากลิงค์นี้ https://www.getyourguide.com/rome-l33/skip-the-line-vatican-museums-sistine-chapel-ticket-t62214/?partner_id=FDBE4&cmp=ga&gclid=Cj0KEQjw-ezKBRCGwqyK0rHzmvkBEiQAu-_-LO6h8TxIKFUGFmxdf1HR0vspGN-6ZUti4wKhPxNpAx0aAnva8P8HAQ ที่นครวาติกันนี้ มีเวลาประมาณ 3 - 3.30 ชม.

ได้เวลาตามสมควร พบกันที่จุดนัดณ ที่บริเวณน้ำพุฝั่งขวา (ถ้าหันหน้าออกจากตัวโบสถ์เซ็นต์ปีเตอร์....ตรงลานกว้างจตุรัสมีน้ำพุสองข้าง มีเสาหินโอเบลิสก์อิยิปต์ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างน้ำพุ) น้ำพุฝั่งขวานี้สร้างในปีค.ศ.1667 โดย Gian Lorenzo Bernini ช่างเอกผู้ที่ออกแบบและสร้างระเบียงวงโค้งสองปีกที่จัตุรัสเซ็นต์ปีเตอร์แห่งนี้นั่นเอง แต่ต้นแบบของอ่างน้ำพุที่งดงามนี้อยู่ฝั่งซ้าย สร้างในปี ค.ศ.1612 โดย Carlos Maderno น้ำพุที่พุ่งขึ้นเมื่อ 400 กว่าปีนี้ เป็นระบบเจ็ทจากสะพานส่งน้ำ Roman Aqueduct ที่ชื่อ Acqua Paola (ซ่อมแซมในสมัยโป๊ปPaolo ที่ 5 ชื่อเดิม AcquaTraianaมาจากยุครุ่งเรืองจักรวรรดิโรมัน)อ่างน้ำพุของ Madernoได้รับการยกย่องว่าเป็นน้ำพุที่สวยที่สุดแห่งยุค น้ำพุที่วังปีเตอร์ฮอฟที่รัสเซียและที่จัตุรัส พลาซเดอ ลา คองคอร์ด ฝรั่งเศส ได้แบบมาจากน้ำพุ Madernoสุดยอดน้ำพุนี่เอง

นำเดินไปขึ้นรถบัสสาธารณะ ที่ป้าย Cavalleggeri/fornaci ลงที่ป้าย Nazionale/torino นำเข้าสู่ที่พัก โรงแรม Le Petit RomaระดับสามดาวModern ใกล้สถานีรถไฟหรือเทียบเท่า อาหารค่ำตามอัธยาศัย ณ บริเวณใกล้ที่พัก บนถนน Nazionaleหรือที่สถานีรถไฟ (ไม่ได้รวมในรายการทัวร์)

จากที่นี่นำเดินไปประมาณ 800 เมตรเพื่อไปชม Mouth of Truth (BoccadellaVerita) แผ่นศิลาแห่งสัจจะโอษฐ์ แผ่นหินรูปใบหน้าอ้าปาก แท้จริงเป็นใบหน้าของเทพสมุทร Oceanusซึ่งภาพยนตร์เรื่องRoman Holiday ราว 64 ปีที่แล้ว (ปี 1953) ทำให้โด่งดังถึงขนาดนักท่องเที่ยวต้องมาเข้าคิวกัน เพื่อเอามือแหย่เข้าไปในปากพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจ ตามดาราหนุ่ม Gregory Peckแสดงให้ดาราสาวสวยแห่งยุค Audrey Hepburn ที่แสดงเป็นเจ้าหญิงของรัฐหนึ่งในยุโรป จากนั้นนำนั่งรถบัสสาธารณะ Bocca Della Verita ไปยังน้ำพุเทรวิ ลงที่ป้าย Tritone- Fontana Di Trevi


ทัวร์วันที่ 3 โคลอสเซี่ยม–โรมันฟอรัม–จตุรัสเวเนเซีย–วิหารพระพิมานแห่งพระแม่มารีอา-น้ำพุเทรวิ-บันไดสเ

เช้า

อาหารเช้าในโรงแรม(รวมในรายการทัวร์) หลังอาหารเช้านำเดินทางโดยรถสาธารณะที่ Repubblica (Ma) ไปยังสนามกีฬายักษ์โคลอสเซี่ยม ลงที่ป้าย Colosseo

นำเที่ยวชมศูนย์กลางประวัติศาสตร์แห่งกรุงโรม(Historic Centre of Rome) มรดกโลกแห่งองค์การยูเนสโก้ในปีค.ศ.1980 นำท่านถ่ายรูปกับโคลอสเซี่ยม (Colosseum)หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางอดีตสนามประลองการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ของชาวโรมันที่ว่ากันว่า สามารถจุผู้ชมได้ถึง 50,000 คน เพื่อ ใช้ในแข่งขันกลาดิเอเตอร์Gladiator การประหาร และการแสดงละครเกี่ยวกับทวยเทพเพื่อมอบความบันเทิงให้แก่ผู้ชม เริ่มสร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิเวสเปเซียนแห่งจักรวรรดิโรมัน แล้วเสร็จในสมัยจักรพรรดิติตุสในคริสต์ศตวรรษที่ 1 หรือประมาณปีค.ศ.80 อัฒจันทร์เป็นรูปวงกลมก่อด้วยอิฐและหินทรายวัดโดยรอบได้ประมาณ 527 เมตร สูง 57 เมตร มีการออกแบบอย่างชาญฉลาดโดยสร้างให้สนามกีฬามีลักษณะเป็นรูปวงรี เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬา และมีการออกแบบทางระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังในสนามขณะเกิดฝนตก ถือเป็นต้นแบบของสนามกีฬาต่างๆในปัจจุบัน ชมประตูชัยคอนสแตนติน (Arc de Constantin) ที่สร้างขึ้นในปีค.ศ.315 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองที่จักรพรรดิคอนสแตนตินครองราชย์ครบ 10 ปีเป็นหนึ่งในประตูชัยที่ใหญ่ที่สุดของโรมัน มีทั้งหมดสามประตูและได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามด้วยรูปปั้นและภาพแกะสลักนูนโค้งบรรทึกเรื่องราวต่างๆ ในอดีต เดินผ่านชมสถานที่ติดๆกันตั้งแต่ กลุ่มโรมันฟอรัม(Roman Forum) เป็นศูนย์กลางในสมัยโรมันเรืองอำนาจทั้งธุรกิจ การเมือง และศาสนา อาคารฟอรัมทั้งหมดใช้เวลาก่อสร้างในช่วงเวลายาวนานถึง 900 ปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นความเจริญรุ่งเรืองของอารยธรรมโรมันในช่วง 2,000 ปีที่ผ่านมา เดินต่อเนื่องถึงจัตุรัสเปียซซ่าเวเนเซีย(Piazza Venezia) ซึ่งเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ วีรชนนิรนาม และพระบรมรูปทรงม้าของพระเจ้าวิคเตอร์เอ็มมานูเอลที่ 2อยู่ในอนุสรณ์สถานที่ชาวอิตาเลี่ยนเรียกว่า“ The Altaredella Patria ” อนุสรณ์สถานบิดาแห่งชาติ เพื่อเป็นเกียรติแด่กษัตริย์วิคเตอร์เอ็มมานูเอลที่ 2 หรือ Vittorio Emanuele II กษัตริย์แห่งอาณาจักรซาดีเนีย-เปียดมอนท์ผู้รวบรวมอาณาจักรต่างๆบน คาบสมุทรแล้วก่อตั้งเป็นจักรวรรดิอิตาลี เมื่อปี 1861 ทรงเป็นกษัตริย์องค์แรกในประวัติศาสตร์แห่งอิตาลี โครงสร้างอนุสรณ์สถานออกแบบโดย Giuseppe Sacconiในปี 1885 ประกอบด้วยอาคารแบบโรมันที่มีเสาประดับแบบ Corinthian เรียงรายเป็นหน้ากระดานอยู่เป็นฉากหลังของ อนุสาวรีย์พระรูปทรงม้าของพระเจ้าวิคเตอร์เอ็มมานูเอลที่ 2 สร้างด้วยบรอนซ์โดย Enrico Chiaradia ถัดลงมาข้างล่างของพระรูปทรงม้า เป็นแท่นอนุสาวรีย์ทหารนิรนาม สองข้างมีคบเพลิงที่จุดไฟไว้ตลอดเวลา ที่สร้างไว้เพื่อเป็นเกียรติและรำลึกถึงเหล่าวีรชนของชาติ ยังมีรูปประติมากรรมจำนวนมากที่เป็นหินอ่อนและบรอนซ์ประดับประดาทั่วบริเวณโครงสร้างของอนุสรณ์สถานแห่งนี้ ขนาดของอนุสรณ์สถาน มีความกว้าง 135 เมตร สูง 70 เมตร ถ้ารวมความสูงของประติมากรรมของเทพีกับรถม้าบนอาคารโรมันจะรวมสูงถึง 81 เมตร ส่วนล่างของอนุสรณ์สถานเป็นห้องพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แสดงการรวมชาติอิตาลี่

เดินต่อไปอีกบนเนินCapitolineหรือ Campidoglioซึ่งเป็นเนินต่อมาจากเนินพาลาติโน่ที่เป็นที่ตั้งของวังจักรพรรดิพาลาติโน่ ผ่านเข้าชมวิหารพระพิมานแห่งพระแม่มารีอา ภายในตกแต่งได้วิจิตร เป็นศิลปะแบบโรมาเนสก์-โกธิค สร้างในศตวรรษที่ 13เป็นที่เก็บพระอัฐิของแม่พระเฮเลน่า ซึ่งเป็นพระมารดาแห่งมหาจักรพรรดิคอนสแตนติน จักรพรรดิแห่งโรมันตะวันออกผู้ประกาศอุปถัมภ์ศาสนาคริสต์อันเป็นจุดเริ่มต้นความรุ่งเรืองแห่งคริสต์จักร ต่อเนื่องมาเป็นใจกลางเนิน Campidoglioในยุคโรมันเป็นที่ตั้งสถานที่สำคัญต่างๆ ตั้งแต่วิหารเทพจูปีเตอร์ วิหารเทพแซตเทิร์น อาคารวุฒิสภา ไมเคิลแองเจโลฝากผลงานการออกแบบผังอาคารและการตกแต่งแบบเรอแนสซองค์มากมาย ณ เนินเขา Capitoline แห่งนี้ ตึกรัฐสภาของสหรัฐอเมริกา ก็ยังนำชื่อเนินเขา Campidogio (คำในอิตาเลี่ยน)หรือ Capitoline (คำในภาษาลาติน) ไปใช้ในนาม Capitol Hill ชมงานประติมากรรมรอบบบนเนินเขานี้ ซึ่งเป็นงานชั้นยอด ตรงกลางจัตุรัสบนเนินมีรูปหล่อจักรพรรดิมาร์คัส ออริลิอัสMarcus Auriliusจักรพรรดิโรมันผู้ทรงธรรมประติมากรรมรูปหล่อบุคคลบนหลังม้านี้ช่างงดงามนัก

เที่ยง

อาหารกลางวันตามอัธยาศัย ณ บริเวณ น้ำพุเทรวิ(ไม่ได้รวมในรายการทัวร์)

ชมงานประติมากรรมของเทพนิยายกรีกและโยนเหรียญอธิษฐานบริเวณ น้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain)สัญลักษณ์ของกรุงโรมที่โด่งดังจากภาพยนตร์เรื่องสามรักในกรุงโรม(Three Coins in the Fountain) สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 17 เพื่ออุทิศแด่เทพเจ้าเนปจูน เทพแห่งนทีสมุทรทั้งปวง จึงมีรูปสลักหินอ่อนเกี่ยวกับเทพแห่งมหานที เช่นเทพ โอเชียนุสOceanus มีหนวดเคราอยู่บนเปลือกหอย เทียมด้วยม้าทะเล สร้างอยู่ตรงกลางของผนังตึกที่ทำเป็นรูปประตูโค้งถือว่าเป็นน้ำพุแบบบาร็อคที่ใหญ่ที่สุดในกรุงโรม นำเดินไปย่าน บันไดสเปน(Spanish Steps)(ประมาณ 650 เมตร)ที่เชื่อมระหว่างจัตุรัสPiazza di SpagnaและจัตุรัสPiazza Trinity deiMontiมีทั้งหมด 138 ขั้น ถือว่าแหล่งแฟชั่นชั้นนำและแหล่งนัดพบของชาวอิตาเลี่ยน สาเหตุที่มีชื่อเช่นนี้ เนื่องจากมีสถานทูตสเปนตั้งอยู่บริเวณนี้ในอดีต จากนั้นเชิญอิสระตามอัธยาศัยกับการเลือกซื้อสินค้าแฟชั่นและของที่ระลึกในบริเวณย่านบันไดสเปนรวมทั้งสินค้าแบรนด์เนมต่างๆ เช่น หลุยส์ วิตตอง กุชชี่ ปราด้า เป็นต้น

จากนั้นพาเดินสู่จัตุรัสประชาชน Piazza del Popolo(ประมาณ 800 เมตร) จัตุรัสหรือ Piazza แห่งนี้ถือเป็นภาพ Land Mark ของการท่องเที่ยวกรุงโรมก่อนที่จะสร้างทางรถไฟ ที่กว้างแห่งนี้เคยเป็นลานประหารจวบจนปี ค.ศ.1826 กลางจัตุรัสมีแท่งเสาหิน Obelisk ได้มาจากอิยิปต์ เป็นเสาหินประดับสุสานของพาโรห์เซตตีที่ 1 Sety Iอักษรภาพ 3 ด้านของเสาจำหลักในสมัยฟาโรห์เซตตีที่ 1 พระองค์สิ้นเสียก่อน ด้านสุดท้ายจึงมาจำหลักในสมัยฟาโรห์ราเมเสสที่ 2 Rameses II โอรสของพระองค์ เสา Obelisk ที่เพียซซ่าโปโปโลนี้ ถือเป็นเสาที่เก่าแก่อันดับสองและสูงที่สุดที่โรมันได้มา แท่งหินสูง 24 เมตร รวมฐานด้วยสูงถึง 36 เมตร ถูกนำมาโดยจักรพรรดิออกุสตุสAugustus ใน 10 ปีก่อนคริสตศักราช แรกทีเดียวนำไปตั้งประดับที่สนามแข่งม้าศึกเทียมรถ เซอร์คัสแม๊กซิมุสCircus Maximus ส่วนที่ร่วมประกอบกับเสาโอเบลิสก์ซึ่งทำให้เพียซซ่ามีอัตตลักษณ์ ก็คือ วิหารแฝดที่สร้างอยู่สองปีกในจัตุรัส ยืนมองจากเสาหิน ด้านซ้ายคือ ซานตามารีอา อิน มอนเตซานโต Santa Maria in Montesantoสร้างใน ค.ศ. 1662-75 ส่วนด้านขวาคือ ซานตามารีอา เดอิ มิราโคลี่ Santa Maria deiMiracoliสร้างภายหลังใน ค.ศ. 1675 -79 ถนนช้อปปิ้งเลื่องชื่อ Via del Corsoสร้างตัดออกไประหว่างสองวิหารนี้ ใช้เวลาตามสมควรนำเดินไปขึ้นรถไฟใต้ดินสายMEA Anagnina ที่สถานี Flaminio(ระยะทางเดิน 400 เมตร) ลงที่ป้าย Repubblica

นำเดินเข้าสู่ที่พัก(ระยะทางเดิน 88 เมตร) โรงแรม Le Petit RomaระดับสามดาวModern ใกล้สถานีรถไฟ หรือเทียบเท่า อาหารค่ำตามอัธยาศัย ณ บริเวณใกล้ที่พัก บนถนน Nazionaleหรือที่สถานีรถไฟ (ไม่ได้รวมในรายการทัวร์)


ทัวร์วันที่ 4 โรม – ฟลอเร้นซ์

เช้า

อาหารเช้าในโรงแรม(รวมในรายการทัวร์) หลังอาหารเช้านำเดินพร้อมกระเป๋าเดินทางไปยังสถานีรถไฟ Rome Termini (ระยะทางประมาณ 500 เมตร)

09.20 น.

เดินทางออกจากกรุงโรมโดยใช้ตั๋ว Eurail Italy Pass ขึ้นรถไฟด่วน Frecciarossa (Red Arrow) แวะ 1 สถานีที่ Roma Tiburtina(ใช้เวลาประมาณ 1.31 ชม.)

10.51 น.

รถไฟถึงสถานี Santa Maria Novella เมืองฟลอเรนซ์ นำเดินพร้อมกระเป๋าเดินทางสู่ที่พัก โรงแรม DelleNazioni ระดับสามดาวModern ใกล้สถานีรถไฟหรือเทียบเท่า (ระยะทางประมาณ 230 เมตร) นำฝากกระเป๋าเดินทางที่โรงแรม(ระเบียบการเช็คอินโรงแรมทั่วไป จะเป็นช่วง 13.00-15.00 น.นอกเสียจากโรงแรมมีห้องว่างพร้อมที่จะบริการ) จากนั้นนำเดินไปซื้อหาอาหารกลางวันง่ายๆบริเวณใกล้โรงแรม (ไม่ได้รวมในรายการทัวร์)

แล้วนำเดินเข้าสู่ตัวเมืองเก่าของฟลอเรนซ์ (ระยะทางประมาณ 750 เมตร) ซึ่งจะคราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวเดินกันทั่วเมืองเก่า นครฟลอเรนซ์ซึ่งสร้างขึ้นบนชุมชนชาวอีทรัสกันในอดีต เป็นต้นกำเนิดของศิลปะแบบเรอเนสซองส์Renaissance ตั้งอยู่ริมแม่น้ำอาร์โน Fiume Arno โดยยุคทองของฟลอเรนซ์อยู่ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15-18 ด้วยความสนับสนุนของเศรษฐีพ่อค้าตระกูลเมดิชี่Medici เมืองฟลอเรนซ์นับเป็นเมืองแห่งพิพิธภัณฑ์ทุกตารางนิ้วเป็นพิพิธภัณฑ์ได้หมดทั้งในอาคารและกลางแจ้ง เป็นต้นกำเนิดของศิลปะแบบเรอเนสซองส์Renaissance ตั้งอยู่ริมแม่น้ำอาร์โน Fiume Arno โดยยุคทองของฟลอเรนซ์อยู่ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15-18 ด้วยความสนับสนุนของเศรษฐีพ่อค้าตระกูลเมดิชี่Medici เมืองฟลอเรนซ์นับเป็นเมืองแห่งพิพิธภัณฑ์ทุกตารางนิ้วเป็นพิพิธภัณฑ์ได้หมดทั้งในอาคารและกลางแจ้ง

แวะชมมหาวิหารแห่งฟลอเรนซ์ซานตา มาเรียเดลฟิออเร่(Santa Maria del Fiore)*เปิด 10.00-17.00 น. หรือ “ดูโอโม่ดิฟิเรนเซ่” (Duomo di Firenze) มีหลังคาโดมเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่ที่สุดในอิตาลี (45.52 เมตร)ตกแต่งด้วยหินอ่อน 3 สีคือสีขาวสีเขียวและสีแดงซึ่งหินอ่อนสีขาวมาจากเมืองคาร์ราร่า, หินอ่อนสีเขียวมาจากเมืองพราโต้และหินอ่อนสีแดงมาจากเมืองมาเรมม่าโดมขนาดใหญ่ออกแบบโดยฟิลิปโป บรุนเนลเลสคีFilippo Brunelleschiสถาปนิกและศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ในสมัยนั้น ภายนอกเป็นลวดลายหินอ่อน ภายในไม่มีเสา ไม่มีคาน แต่ใช้วิธีวางอิฐซ้อนกันและเพื่อเป็นเกียรติแก่สถาปนิกผู้ออกแบบทางการฟลอเรนซ์จึงห้ามสร้างอาคารใดๆ ที่สูงกว่าโดม (114 เมตร) แห่งนี้ด้วย ชมหอระฆังCampanile ที่สูงตระหง่านเคียงข้างวิหาร และหอทำพิธีศีลจุ่ม Baptistery หินอ่อนสามสีทรงแปดเหลี่ยมที่มีการตกแต่งอย่างสวยงามโดยเฉพาะบานประตูสำริดที่ตีเป็นรูปนูนสูงและนูนต่ำจากแผ่นสำริดแผ่นเรียบ บานที่อยู่ทางทิศใต้ทำโดย Andrea Pisano และบานที่อยู่ทางทิศตะวันออกประจันหน้ากับประตูมหาวิหาร ทำโดยฝีมือของประติมากรเอก Lorenzo Ghilbertiซึ่งบานประตูของ Ghilbertiเมื่อไมเคิลแอนเจโลได้มาเห็นถึงกับเอ่ยว่า “ช่างงดงามมาก ฤานี่เป็นประตูแห่งสวรรค์แท้จริง The Gates of Paradise” เดินมาชมสะพานเก่า Ponte Vecchioที่เป็นสะพานเก่าเพียงสะพานเดียวที่ทอดข้ามแม่น้ำ Arno ในฟลอเรนซ์ที่ไม่ถูกระเบิดทำลายโดยกองทัพนาซีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้วนำเดินต่อเพื่อชมจัตุรัสซิญญอเรียPiazza Signoria ลานกว้างที่ตั้งอยู่ด้านหน้าของพระราชวังเวคคิโอที่สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 ด้านหน้ามีประติมากรรมจำลองรูปเดวิด เทพเนปจูน และเทพอพอลโล รวมทั้งอนุสาวรีย์ของโคสิโม่ที่ 1 แห่งฟลอเร้นซ์ ด้านข้างมีประติมากรรมสำริดรูปเพอร์ซีอุสถือหัวนางเมดูซ่า

จากนั้นเชิญตามอัธยาศัยในการเดินชมเมือง ถ่ายรูปหรือช้อปปิ้งในเมืองที่นักท่องเที่ยวจะชื่นชอบในการเดินเป็นอย่างมาก ถือเป็นเมืองแห่งพิพิธภัณฑ์ทั้งในอาคารและกลางแจ้งเพื่อให้ท่านได้มีเวลาสัมผัสกับบรรยากาศของถนนคนเดินเชิญใช้เวลาสัมผัสกับเมืองศิลปะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เมืองที่ให้กำเนิดศิลปะผสมที่กลายมาเป็น Renaissance ที่ว่าเป็นจุดสุดยอดแห่งศิลปะคลาสิค แม้ทุกวันนี้ก็ยังเป็นเมืองที่สร้างงานศิลปะที่น่าสนใจมาอย่างต่อเนื่อง อาหารค่ำตามอัธยาศัย ณ บริเวณใกล้ที่พัก (ไม่ได้รวมในรายการทัวร์) แล้วนำเดินกลับที่พัก โรงแรมDelleNazioni ระดับสามดาวModern ใกล้สถานีรถไฟหรือเทียบเท่า


ทัวร์วันที่ 5 ฟลอเรนซ์– จัตุรัสมหาวิหารแห่งปิซ่า – ฟลอเรนซ์

เช้า

อาหารเช้าในโรงแรม(รวมในรายการทัวร์) หลังอาหารเช้านำเดินไปที่สถานีรถไฟ Santa Maria Novella (ระยะทางเดินประมาณ 230 เมตร)

09.28 น.

นำเดินทางโดยใช้ Eurail Italy Pass ขึ้นรถไฟขบวน REG สู่เมืองปิซ่า(ใช้เวลาประมาณ 1ชม.)

10.28 น.

รถไฟถึงที่สถานี Pisa Centrale นำขึ้นรถโดยสารสาธารณะสาย LAM Rossa สู่จัตุรัส Piazza del Duomo (ใช้เวลาประมาณ 17 นาที) ลงจากรถบัสสาธารณะแล้วนำเดินสู่จัตุรัส Piazza del Duomo (ระยะทางเดินประมาณ 600 เมตร) ชมเมืองปิซ่า(PISA) ซึ่งในอดีตเคยเป็นเมืองชายฝั่งทะเล และเป็นเมืองท่าสำคัญอย่างยิ่งในสมัยโรมัน ช่วงที่เมืองปิซ่ารุ่งเรืองที่สุดอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 9 กลายเป็นรัฐที่ใหญ่ด้านการเดินเรือ คู่แข่งของเมืองเจนัว และเวนีซ

นำชมจัตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี (Campo deiMiracoli) มรดกโลกแห่งองค์การยูเนสโก้ในปีค.ศ.1987หรือเรียกว่า จัตุรัสดูโอโมแห่งปิซา (Piazza del Duomo) ประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างหลัก 4 อย่าง ได้แก่ มหาวิหารปิซา (Duomo) หอเอน (Torre) หอศีลจุ่ม (Baptistery) และ สุสาน (Camposanto) เชิญถ่ายรูปกับหอเอน สัญลักษณ์แห่งเมืองปิซ่า หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางที่นักวิทยาศาสตร์กาลิเลโอใช้เป็นสถานที่ทดลองทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของโลกที่ว่า สิ่งของสองชิ้น น้ำหนักไม่เท่ากัน ถ้าปล่อยสิ่งของทั้งสองชิ้นจากที่สูงพร้อมกัน ก็จะตกถึงพื้นพร้อมกัน อาหารกลางวันตามอัธยาศัยในบริเวณจัตุรัส Piazza del Duomo (ไม่ได้รวมในรายการทัวร์) มีเวลาเที่ยวชมประมาณ 3.00 ชม. (รวมรับประทานอาหารกลางวัน)

14.00 น.

ได้เวลานัดหมาย นำเดินไปขึ้น รถโดยสารสาธารณะ ที่ป้าย Pisa P.Za Manin กลับไปยังสถานีรถไฟ Pisa Centrale (ใช้เวลาประมาณ 20 นาที)

14.32 น.

นำขึ้นรถไฟขบวน REG สู่เมืองฟลอเรนซ์(ใช้เวลาประมาณ 1ชม.)

15.32 น.

รถไฟถึงสถานี Santa Maria Novella เมืองฟลอเรนซ์ หรือนั่งรถไฟจากเมืองฟลอเรนซ์ลงที่สถานี Pisa San Rossore แล้วเดินตรงสู่จัตุรัส Piazza del Duomo(ระยะทางเดินประมาณ 900 เมตร)

จากนั้นนำเดินไปขึ้นรถโดยสารสาธารณะ (ใช้เวลาประมาณ 25 นาที) ลงที่ป้ายรถ Piazzale Michelangelo ถึงจัตุรัสเปียซซาเล่มิเคแลนเจโล่ (Piazzale Michelangelo) ซึ่งนามนี้ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่ศิลปินเอกแห่งยุคไมเคิลแอนเจโลบูอานาร็อตติ บนจัตุรัสมีรูปหล่อจำลองของเดวิด กษัตริย์ แห่งอิสราเอลผู้ปราบยักษ์แห่ง Philistine ยืนตระหง่านกลางลาน ที่จัตุรัสแห่งนี้เป็นจุดชมวิวนครฟลอเรนซ์ได้กว้างไกลและสวยที่สุดเลยทีเดียว

ใช้เวลาตามสมควรนำนั่งรถโดยสารสาธารณะที่ป้าย IL David ลงที่ Piazza San Felice (ใช้เวลาประมาณ 18 นาที)

นำเดินผ่านวังปิตติ Palazzo Pittiสร้างในปี ค.ศ.1458 โดยเจ้าของเดิมเป็นนักการเงินชื่อ ลูก้าปิตติ ตระกูลเมดิชี่ Medici ที่ทรงอิทธิพลได้ซื้อต่อ ในปี ค.ศ. 1549 และตระกูลเมดิชี่ที่เป๋นผู้ครองแคว้นทัสคานี่ (Grand Duchy of Tuscany) จากนั้นก็ได้ย้ายจากวังเก่า Palazzo Vecchioมาพำนักอยู่ที่นี่เรื่อยมา ในปลายศตวรรษที่ 18 นโปเลียน โบนาปาร์ต หลังจากมีอำนาจเหนือคาบสมุทรอิตาลี่ได้ใช้วังแห่งนี้เป็นกองบัญชาการ ต่อมาเมื่อก่อตั้งราชอาณาจักรแห่งอิตาลี่ ในปี 1865 วังปิตติ ก็ถูกสถาปนาให้เป็นวังหลวงของพระเจ้าวิตตอริโอ้ เอมมานูเอลที่ 2 อยู่ช่วงหนึ่ง เมื่ออิตาลี่กลายเป็นสาธารณรัฐ วังนี้ก็กลายเป็นสมบัติของประเทศอิตาลี่ในยุคของ พระเจ้าวิตตอริโอ้ เอมมานูเอลที่ 3 King Vittorio Emmanuel III ในปี ค.ศ.1919 นำเดินต่อข้ามสะพาน Ponte Vecchioที่แปลว่าสะพานเก่า ข้ามแม่น้ำอาร์โน Arno Riverเข้าสู่ย่านเมืองเก่า จากนั้นเชิญตามอัธยาศัยในการเดินชมเมือง ใช้เวลาสัมผัสกับบรรยากาศของถนนคนเดิน สัมผัสเมืองศิลปะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก หรือเดิน ช้อปปิ้งสินค้าคุณภาพและสินค้าพื้นเมือง

อาหารค่ำตามอัธยาศัย ณ บริเวณ สถานที่ท่องเที่ยวหรือใกล้ที่พัก (ไม่ได้รวมในรายการทัวร์) ใช้เวลาตามสมควร จากนั้นนำเดินกลับเข้าที่พัก โรงแรมDelleNazioni ระดับสามดาวModern ใกล้สถานีรถไฟหรือเทียบเท่า


ทัวร์วันที่ 6 ฟลอเรนซ์ – ดื่มด่ำบรรยากาศแห่งทุ่งทัสคานี่ – ฟลอเรนซ์

เช้า

อาหารเช้าในโรงแรม(รวมในรายการทัวร์) หลังอาหารเช้านำเดินไปที่สถานีรถไฟ Santa Maria Novella (ระยะทางประมาณ 230 เมตร)

08.10 น.

นำเดินทางโดยใช้ Eurail Italy Passขึ้นรถไฟขบวน REG สู่เมืองเซียน่า Siena(ใช้เวลาประมาณ 1.28ชม.)

09.38 น.

รถไฟถึงที่สถานี StazioneFerroviaria Siena นำต่อรถโดยสารสาธารณ ที่ป้ายรถ Siena PiazzaleRosselli ลงที่ Piazza Del Sale (ใช้เวลาประมาณ 15 นาที) นำเดินจาก Piazza del Sale เข้าสู่ใจกลางเมืองเก่า (ระยะทางประมาณ 800 เมตร) ถึงจัตุรัส Piazza del Campo

นำเดินชมเมืองเซียน่า(SIENA)เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในแคว้นทัสคานี(Tuscany) มรดกโลกแห่งองค์การยูเนสโก้ในปีค.ศ.1995 ชื่อดั้งเดิมมีชื่อว่า Sainaตั้งมาร่วม 3 พันปีเป็นพวกเผ่าอีทรัสคันเหมือนกับหลายๆ เมืองในแคว้นทัสคานี หลังจากที่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของโรมัน ก็ยังคงเป็นเมืองที่มีความเจริญและเป็นเมืองใหญ่ต่อเนื่อง และรับอิทธิพลของคริสต์ศาสนจักรโรมันคาธอลิค เหมือนหลายๆ อาณาจักรบนคาบสมุทรอิตาลี ฉะนั้นสิ่งก่อสร้างและงานศิลปกรรมต่างๆ จึงมีรูปแบบศิลปะโรมานเนสก์ และศิลปะโกธิค สถาปัตยกรรมโดดเด่นของเซียน่า ได้แก่วิหารหลวง Duomoของเมืองนั่นเอง วิหารอุทิศให้แก่การสถิตในสรวงสวรรค์ของพระแม่มารีอา (The Cathedral of The Assumption of Virgin Mary) สร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 12-14 มีรูปแบบผสมยุคแรกเป็นโรมานเนสก์และมาตกแต่งต่อเติมแบบโกธิคในภายหลัง

เดินชมจัตุรัส Piazza del Campo ผังจัตุรัสเป็นรูปโค้งเปลือกหอยมีลายเก้าหยัก ลานทำเป็นพื้นลาดต่างระดับ จัตุรัสแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งจัตุรัสทั้งปวงในยุโรปที่มีประเพณีการแข่งม้าที่ยิ่งใหญ่ ที่เรียกว่า The Palioแข่งที่จัตุรัส Piazza del Campo มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 จัดทุกปีๆ ละ 2 ครั้ง คือ วันที่ 2 กรกฎาคม และ วันที่ 16 สิงหาคม ที่ลานมีบ่อน้ำพุประดับจัตุรัส สร้างในศตวรรษที่ 14 เชิญเดินชมเมืองเก่า จิบกาแฟ กินไอศกรีมอิตาเลี่ยน Gelato ที่แทบทุกร้านไอศกรีมจัดทำกันเอง จัตุรัสอื่นที่น่าแวะชม ได้แก่ Piazza del Duomo, Piazza Mercatoวังและหอคอยที่อยู่ในละแวกใจกลางเมืองเก่า ได้แก่ Palazzo Publiccoและหอคอย Torre del Mangiaอันเป็นจุดเด่นของเซียน่า

อาหารกลางวันตามอัธยาศัยในบริเวณจัตุรัส Piazza del Campo และรอบๆย่านช้อปปิ้ง (ไม่ได้รวมในรายการทัวร์) มีเวลาเที่ยวชมประมาณ 2.45-3.00 ชม. (รวมรับประทานอาหารกลางวัน)

13.00 น.

นำเดินไปขึ้นรถโดยสารสาธารณะ ที่ป้ายรถ Piazza Del Sale ลงที่ Siena PiazzaleRosselli (ใช้เวลาประมาณ 6นาที) จากนั้นนำเดินโดยรถไฟสู่ เมือง Poggibonsi

13.41 น.

ออกเดินทางโดยรถไฟขบวนREG (ใช้เวลาประมาณ 27 นาที)

14.11 น.

รถไฟถึงที่ Poggibonsi นำต่อรถบัสสาธารณะสู่ SanGimignano ลงที่ป้ายP.TA S.Giovanni เส้นทางนี้จะเห็นทิวทัศน์เนินเขา ท้องทุ่ง สวนองุ่นและทิวไม้ที่เรียงรายของต้นสนไซเปรส Cypress อันเป็นทัศนียภาพโดดเด่นของแคว้นทัสคานี

15.00-15.15 น.

ถึงประตู Porta San Giovanni ปากทางเข้าสู่เมืองเก่าซานจิมิยาโน่

เมืองซานจิมิยาโน่ (SAN GIMIGNANO) มรดกโลกแห่งองค์การยูเนสโก้ในปีค.ศ.1990 เมืองเก่าแก่ตั้งแต่ยุคอีทรัสคันอีกหนึ่งเมืองอายุราว 2,300 ปี เมืองนี้ได้รับสถาปนาเป็นเมืองในมรดกโลกทางศิลปกรรม อันเนื่องมาจากมีสิ่งก่อสร้างที่เป็นหอคอยเหมือนตึกระฟ้า สร้างแต่ศตวรรษที่ 11-15 มีจำนวนกว่า 10 กว่าหออยู่รวมกัน เหมือนเป็นแม่แบบให้กลุ่มตึกระฟ้าในเกาะแมนแฮตตันที่นิวยอร์ค สภาพความสวยงามของเมืองซานจิมิยาโน่ที่สร้างมาแต่ยุคโรมานเนสก์ ผ่านยุคโกธิค มารุ่งเรืองถึงขีดสุดในยุคเรอแนซองค์ถูกอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี กำแพงเมืองยุคกลาง อาคารที่อยู่อาศัย ร้านค้ายังคงสภาพเป็นที่ต้องตาต้องใจของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก และเป็นฉากในภาพยนตร์โรมานซ์หลายเรื่อง เช่น Under the Tuscan Sun นางเอกชื่อ Diane Lane, Letters to Juliette ที่แสดงนำโดย Amanda Seyfried ชมวิหารหลวงแห่งซานจิมิยาโน่ ซึ่งอุทิศแด่พระแม่มารีอา เริ่มสร้างในศตวรรษที่ 12 มาเสร็จในศตวรรษที 15 จึงมีส่วนผสมภายนอกเป็นรูปศิลปะแบบโรมันเนสก์และภายในตกแต่แบบโกธิคมีภาพเขียนสีขณะโบกปูนที่เรียกว่า Fresco ของที่นี่มีความสวยงามมากทีเดียว เดินสู่ใจกลางเมืองที่ย่านจัตุรัส Piazza Duomo, Piazza Cisterna และถนนร้านค้า Via San Giovanni * อย่าลืมไปชิมไอศกรีม Gelato ที่คุยว่าได้รับรางวัลชนะเลิศไอศกรีมโลก ที่ร้าน Dondoli ให้ได้นะคะ มีเวลาเที่ยวชมประมาณ 1.30 ชม. (รวมรับประทานอาหารกลางวัน)

16.45 น.

ได้เวลาตามสมควร นำขึ้นรถบัสสาธารณะกลับไปยังสถานีรถไฟ Poggibonsi ใช้เวลาประมาณ 23 นาที

17.46 น.

ออกเดินทางโดยรถไฟขบวน มุ่งสู่เมืองฟลอเรนซ์ (ใช้เวลาประมาณ 1.04 ชม.)

18.50 น.

รถไฟถึงสถานี ซานตามาเรีย โนเวลล่า Santa Maria Novella เมืองฟลอเรนซ์ อาหารค่ำตามอัธยาศัย ณ บริเวณใกล้ที่พัก (ไม่ได้รวมในรายการทัวร์) จากนั้นนำเดินกลับเข้าที่พัก โรงแรม DelleNazioni ระดับสามดาวModern ใกล้สถานีรถไฟหรือเทียบเท่า


ทัวร์วันที่ 7 ฟลอเรนซ์ – เวนิสเมสเตร้ – เกาะเวนิส

เช้า

อาหารเช้าในโรงแรม(รวมในรายการทัวร์) หลังอาหารเช้านำเดินพร้อมกระเป๋าเดินทางไปยัง สถานีรถไฟ Santa Maria Novella (ระยะทางประมาณ 230 เมตร)

08.30 น.

นำเดินทางโดยใช้ Eurail Italy Pass ขึ้นรถไฟด่วนขบวนลูกศรเงิน Frecciargento สู่เมืองเวนิสเมสเตร้Venice Mestre (ใช้เวลาประมาณ 1.53ชม.)

10.23 น.

รถไฟถึงที่สถานี VeneziaMestre นำเดินพร้อมกระเป๋าเดินทางสู่ที่พักโรงแรม เพื่อฝากกระเป๋าเดินทาง Hotel ThePlaza Mestre VialeStazione36, 30171 Mestre, Italy (ระยะทางประมาณ 100 เมตร) จากนั้นนำเดินกลับสถานีรถไฟเพื่อเดินทางไปเกาะเวนิส

11.24 น.

ออกเดินทางโดยรถไฟขบวน REG สู่สถานีรถไฟ เวนิส ซานตาลูเซีย Venezia Santa Lucia (ใช้เวลาประมาณ 10 นาที) จากนั้นนำขึ้นเรือโดยสารประจำทาง Vaporetto เรือแล่นไปตามคลองหลวง Rio Grande ที่แวดล้อมด้วยบ้านเรือนริมคลอง เป็นบรรยากาศที่น่าตื่นตาตื่นใจยิ่ง ขึ้นจากเรือที่ท่าเรือ Rialto Cณ บริเวณสะพานโค้งริอัลโต้ Ponte Rialto อันโด่งดังและเป็นสัญลักษณ์คู่คลองหลวง Grand Canal

สะพานริอัลโต (Rialto) เดิมทีเป็นสะพานโป๊ะไม้ลอยน้ำ สร้างขึ้นตั้งแต่ คริสต์ศตวรรษที่ 12 หลังจากที่พังทลายลงสะพานหินก็ถูกสร้างขึ้นทดแทน และเป็นสะพานข้ามคลองGrand Canal เพียงแห่งเดียวจนถึงปี ค.ศ.1854 จนกลายเป็นศูนย์กลางการคมนาคม และค้าขายแลกเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดของเวนิซ อาหารกลางวันตามอัธยาศัย ในบริเวณสถานที่ท่องเที่ยว (ไม่ได้รวมในรายการทัวร์)

นครเวนิสVenice ชาวอิตาเลี่ยนเรียก Venezia มีฉายาราชินีแห่งทะเลเอเดรียติกเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับการกล่าวขานว่าโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของโลก “เมืองที่ใช้เรือแทนรถ ใช้คลองแทนถนน” มีเกาะเล็กใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมมากกว่า 400 แห่ง นำเดินชมเกาะเวนิซเมืองที่มีเอกลักษณ์พิเศษที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลอาเดรียติกทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศตัวเมืองสร้างอยู่บนสันดอนที่พ้นน้ำเหนือทะเลขึ้นมา เข้าสู่จัตุรัสซานมาร์โคที่นโปเลียนเคยกล่าวไว้ว่า “เป็นห้องนั่งเล่นที่สวยที่สุดในยุโรป” กลางจัตุรัสถูกล้อมรอบด้วยอาเขตอันงดงาม และโบสถ์ซานมาร์โคที่มีโดมใหญ่ 5 โดมในศิลปไบเซนไทน์ บริเวณส่วนหน้าตอนบนของโบสถ์ Cathedral’s Façade ประดับด้วยม้า 4 ตัว ที่หล่อด้วยบรอนซ์ดังเดิมได้มาจากกรุงคอนสแตนติโนเปิ้ลConstantinople เมืองหลวงของจักรวรรดิไบเซนไทน์Byzentine (จักรวรรดิโรมันตะวันออก) ในราวศตวรรษที่ 4 ปัจจุบันเมืองคอนสแตนติโนเปิ้ลก็คือเมืองอิสตันบูล หลังจากที่กองทัพอ็อตโตมันเติร์กเข้ายึดครองนั่นเอง ม้าบรอนซ์หรือสำริด 4 ตัวที่เคยตั้งอยู่ที่สนามแข่งม้าในกรุงคอนสแตนติโนเปิ้ล เป็นม้าเทียมแข่งรถศึก Quadriga ถูกกองทัพเวเนเชี่ยนยึดครองในคราวสงครามครูเสด ราว ค.ศ. 1204 แล้วย้ายมาที่อาณาจักรเวนิสและมาตั้งแยกเป็นตัวๆ จนปี 1797 กองทัพฝรั่งเศสยุคนโปเลียน โบนาปาร์ตตีเวนิสได้ แล้วก็นำไปปารีส หลังการล่มสลายของนโปเลียน ม้าทั้งสี่ก็ถูกนำกลับมาที่เวนิซ แต่ปัจจุบันม้า 4 ตัวดั้งเดิมถูกเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ ที่เห็นเป็นรูปจำลอง ชมสะพานสะอื้น(Sighs bridge) ซึ่งนักโทษที่เดินออกจากห้องพิพากษาไปสู่คุก จะได้มีโอกาสเห็นแสงสว่างและโลกภายนอกเป็นครั้งสุดท้ายระหว่างเดินผ่านช่องหน้าต่างที่สะพานนี้

มีเวลาเที่ยวชมประมาณ 5.30-6.30ชม. (รวมรับประทานอาหารกลางวันและค่ำ) อาหารค่ำตามอัธยาศัย ณ สถานที่ท่องเที่ยว (ไม่ได้รวมในรายการทัวร์)

17.30 น. หรือ 18.30 น.

ได้เวลานัดหมาย นำเดินกลับไปยังท่าเรือ Rialto เพื่อขึ้นเรือโดยสารประจำทาง Vaporetto จากนั้นนำขึ้นรถไฟต่อกลับสู่แผ่นดินใหญ่

18.05 น.

ออกเดินทางโดยรถไฟขบวน REG สู่สถานีรถไฟ เวนิสเมสเตร้ VeneziaMestre (ใช้เวลาประมาณ 12 นาที)

18.17 น.

รถไฟถึงสถานีเวนิสเมสเตร้ VeneziaMestre นำเดินเข้าที่พักโรงแรมและเช็คอิน Hotel ThePlaza Mestre VialeStazione36, 30171 Mestre, Italy (ระยะทางเดินประมาณ 100 เมตร)


ทัวร์วันที่ 8 เวนิสเมสเตร้ - เที่ยวให้เต็มอิ่มบนเกาะเวนิส - เวนิสเมสเตร้

เช้า

อาหารเช้าในโรงแรม(รวมในรายการทัวร์) หลังอาหารเช้าจากนั้นนำเดินไปสถานีรถไฟเพื่อเดินทางไปเกาะเวนิส

09.04 น.

ออกเดินทางโดยรถไฟขบวน REG สู่สถานีรถไฟ เวนิส ซานตาลูเซีย Venezia Santa Lucia(ใช้เวลาประมาณ 12 นาที) จากนั้นนำขึ้นเรือโดยสารประจำทาง Vaporetto เรือแล่นไปตามคลองหลวง Rio Grande ที่แวดล้อมด้วยบ้านเรือนริมคลอง เป็นบรรยากาศที่น่าตื่นตาตื่นใจยิ่ง

วันนี้จะขึ้นจากเรือที่ท่า Salute บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของวิหาร Santa Maria della Salute โบสถ์นี้สร้างในปี ค.ศ.1631 อุทิศให้แก่พระแม่มารีอา เพื่อเป็นการรำลึกถึงผู้ที่เสียชีวิตและรอดชีวิตในคราวเกิดโรคระบาดครั้งใหญ่เมื่อปี ค.ศ.1630 คราวนั้นประชากร 1 ใน 3 ของประชากร 94,000 คน ถูกคร่าชีวิตด้วยกาฬโรค โบสถ์นี้สร้างในศิลปะแบบบาโร๊คมีโดมขนาดใหญ่ เป็นที่สังเกตอย่างชัดเจนของเรือเดินสมุทร ที่เดินทางมุ่งหน้ามาสู่เวนิส ตั้งอยู่คนละฝั่งคลองกับจัตุรัสกลาง San Marco และมหาวิหารหลวง San Marco ต่างฝ่ายต่างเห็นทัศนียภาพที่สวยงามของทั้งสองฝั่ง

เชิญสัมผัสบรรยากาศที่สุดอภิรมย์ของเวนิสVenetian ซึ่งมีความ Romantic มากกว่ากรุงโรมเสียอีก เดินเล่นตามตรอก ตามซอยที่มีร้านรวงขายของน่ารักทั้งสินค้าแบรนด์เนม ทั้งงานหัตถกรรม เช่น งานเป่าแก้ว เครื่องแก้วยอดฝีมือสกุลช่าง Murano เดินข้ามสะพานน้อยใหญ่ ทั้งสร้างด้วยหิน สร้างด้วยไม้ และสร้างด้วยเหล็ก หรือจะนั่งเรือกอนโดล่า Gondola ไปตามลำคลอง (* ท่านที่สนใจนั่งกอนโดล่า ให้หัวหน้าทัวร์ช่วยดำเนินการและนำไปท่าเทียบเรือ อัตราต่อลำประมาณ 50-75 Euro ขึ้นอยู่กับระยะเวลา 35-50 นาที และเส้นทางที่ไป นั่งได้สูงสุด 6 คน...และต้องมีค่าทิปให้คนแจวเรือประมาณ 2ยูโรต่อหนึ่งผู้โดยสาร) หรือนั่งจิบกาแฟ ณ จัตุรัสซานมาร์โก้ Piazza San Marco พร้อมฟังดนตรีบรรเลงคลาสิคๆจากคอนแชร์โต้ Concerto (ราคาเครื่องดื่มจะสูงกว่าที่อื่นๆ เพราะบรรยากาศและทำเลของสถานที่) หรือจะเข้าชมมหาวิหารเซ็นต์มาร์ค (ซานมาร์โค Basilica San Marco)ที่สร้างใน ค.ศ.1084-1117 จึงมีรูปแบบของศิลปะผสมแบบไบเซนไทน์ByzentineและโกธิคGothic ที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก https://www.venetoinside.com/attraction-tickets-in-veneto/tickets/skip-the-line-saint-marks-basilica/ เข้าวังเจ้าผู้ปกครอง Doge Palace https://www.venetoinside.com/attraction-tickets-in-veneto/tickets/doges-palace/ หรือขึ้นหอระฆัง (เป็นหอประภาคารด้วย) Campanile di San Marco ซึ่งมีความสูง 99 เมตรเพื่อชมวิวทิวทัศน์รอบๆของเกาะเวนิส https://www.venetoinside.com/attraction-tickets-in-veneto/tickets/st-marks-bell-tower-skip-the-line-entry/

ท่านที่สนใจเข้าชมสถานที่ต่างๆเช่น วิหาร วัง หอศิลปะ เป็นต้น วันนี้เป็นวันที่ท่านจะมีช่วงเวลาพอที่จะทำกิจกรรม กรุณาวางแผนล่วงหน้าด้วยการจองตั๋วเข้าชมและเพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าคิวนานๆเพื่อผ่านเข้าชม ท่านสามารถจ่ายพิเศษเพื่อเข้าช่องทางพิเศษ กรุณาคลิกที่ลิงค์ Link ที่แสดงอยู่ข้างบนเพื่อทำการจองได้ อาหารกลางวันและค่ำตามอัธยาศัย ในบริเวณสถานที่ท่องเที่ยว (ไม่ได้รวมในรายการทัวร์)

17.30 น. หรือ 18.30 น.

ได้เวลานัดหมาย นำเดินกลับไปยังท่าเรือ Rialto เพื่อขึ้นเรือโดยสารประจำทาง Vaporetto จากนั้นนำขึ้นรถไฟต่อกลับสู่แผ่นดินใหญ่

18.05 น.

ออกเดินทางโดยรถไฟขบวน REG สู่สถานีรถไฟ เวนิสเมสเตร้ VeneziaMestre (ใช้เวลาประมาณ 12 นาที)

18.17 น.

รถไฟถึงสถานีเวนิสเมสเตร้ VeneziaMestre นำเดินเข้าที่พักโรงแรม Hotel ThePlaza Mestre VialeStazione36, 30171 Mestre, Italy (ระยะทางประมาณ 100 เมตร)


ทัวร์วันที่ 9 เวนิสเมสเตร้ – เที่ยวมิลานช้อปปิ้งส่งท้าย

เช้า

อาหารเช้าในโรงแรม(รวมในรายการทัวร์)

08.00 น.

จากนั้นนำเดินพร้อมกระเป๋าเดินทางไปยัง สถานีรถไฟเพื่อเดินทางไปนครมิลาน

08.32 น.

นำเดินทางโดยใช้ Eurail Italy Pass ขึ้นรถไฟด่วนขบวนลูกศรแดง Frecciarossa สู่นครมิลาน Milan (ใช้เวลาประมาณ 2.13ชม.)

10.45 น.

รถไฟถึงที่สถานี Milan Centrale นำเดินพร้อมกระเป๋าเดินทางสู่ที่พักโรงแรม เพื่อฝากกระเป๋าเดินทาง Hotel Best Western Madison (ระยะทางประมาณ 300 เมตร) จากนั้นนำเดินไปขึ้นรถไฟใต้ดิน Metro เพื่อเดินทางไปย่านมหาวิหารแห่งมิลานDuomo di Milano ลงจากรถไฟที่สถานี Duomo di Milano

อาหารกลางวันและค่ำตามอัธยาศัย ในบริเวณสถานที่ท่องเที่ยว (ไม่ได้รวมในรายการทัวร์)

นครมิลาน Milan เมืองเอกของอิตาลีทางภาคเหนือเป็นศูนย์กลางทางการเงิน เศรษฐกิจ และศูนย์กลางด้านแฟชั่นที่ใหญ่ที่สุดของอิตาลี เชิญถ่ายรูปกับจัตุรัสสวยปิอาซซ่า เดลดูโอโมPiazza del Duomoที่อยู่บริเวณด้านหน้ามหาวิหารเป็นศูนย์กลางและแหล่งชุมนุมของผู้คนมาทุกยุคสมัย ชมพระบรมรูปทรงม้าของพระเจ้าวิกเตอร์เอ็มมานูเอลที่ 2กษัตริย์องค์แรกของอิตาลีหลังการรวมชาติเมื่อปีค.ศ.1860 ชมโบสถ์หลวงแห่งมิลานDuomoสร้างอุทิศพระแม่มารีอา จึงมีขื่อว่า St Mary of the Nativity (Santa Maria Nascente)เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิคที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี่ ใช้เวลาสร้างนานเกือบ 500 ปีตั้งแต่ปีค.ศ.1386-1965สูง 107 เมตร ด้านนอกเป็นยอดแหลม 135 ยอด มีการตกแต่งประดับประดาอย่างวิจิตรงดงามโดยเฉพาะประติมากรรมที่แกะสลักจากหินอ่อนสีขาวที่ได้ตกแต่งไว้ทั่วโบสถ์

เชิญอิสระตามอัธยาศัยกับการเดินเล่น และเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมภายใน กัลเลเรียวิตโตรีโอ เอมานูเอลGalleria Vittorio Emanuel IIซึ่งสร้างเป็นอาคารแบบ Art Nouveau ออกแบบเมื่อปี ค.ศ.1861 และสร้างตั้งแต่ปี 1865-1877 โดยสถาปนิกเอกในยุคนั้นชื่อ Giuseppe Mengoniเป็นผังอาคารสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทางเดินภายในเป็นรูปกากบาทบริเวณหลังคาตรงกลางที่อาคารและทางเดินมาตัดกันนั้น เป็นโดมแก้วในโครงเหล็กและเป็นหลังคาแก้วยาวเป็นแนวคลุมตลอดทางเดินดูงดงามทันสมัยที่สุดแห่งยุค เป็นศูนย์กลางการค้าที่หรูหราอลังการแห่งเมืองมิลานภายในเป็นโดมแก้ว มีห้างร้านต่างๆมากมาย เช่น หลุยส์ วิตตอง, กุชชี่, ปราด้า เป็นต้น เชิญเพลิดเพลินกับเมืองเอกของอิตาลีในภาคเหนือ เป็นศูนย์กลางการค้า เป็นเมืองแห่งแฟชั่นสำคัญแห่งหนึ่งของยุโรป ถนนช้อปปิ้งมีชื่อ Corso Vittorio Emanuel II อยู่ข้างๆมหาวิหาร มีห้างสรรพสินค้า LaRinascenteและร้านอาหารมากมายตามถนนสายนี้ มีเวลาเที่ยวชมประมาณ 5.30-6.30 ชม.

17.30 น. หรือ 18.30 น.

ได้เวลานัดหมาย นำกลับไปที่พักโรงแรม เดินไปขึ้นรถไฟใต้ดินที่สถานี Duomo ลงจากรถไฟที่สถานี Sondrio นำเดินกลับเข้าที่พักโรงแรมและเช็คอิน Hotel Best Western Madison (ระยะทางประมาณ 260 เมตร)


ทัวร์วันที่ 10 มิลาน– สิงคโปร์

เช้า

อาหารเช้าในโรงแรม(รวมในรายการทัวร์)

09.00 น.

หลังอาหารเช้านำเดินทางโดยรถเช่า Airport Charter พร้อมกระเป๋าเดินทาง สู่สนามบินมัลเพนซ่า Malpensa

12.40 น.

ออกเดินทางสู่สิงคโปร์ โดยสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ SQ 377 (ใช้เวลาบิน 11.55 ชั่วโมง)


ทัวร์วันที่ 11 สิงคโปร์ – ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

07.35 น.

ถึงสนามบินฃางงีChangiประเทศสิงคโปร์ นำเปลี่ยนเครื่องบิน

09.45 น.

ออกเดินทางกลับสู่ประเทศไทยโดยสายการบินสิงคโปร์ เที่ยวบินที่ SQ 972 (ใช้เวลา 2.25 ชั่วโมง)

11.10 น.

ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ ด้วยความสวัสดี


เงื่อนไขการจองทัวร์

อัตราค่าบริการ   

ผู้ใหญ่ พักห้องคู่ ท่านละ                                 75,900.- บาท

พักห้องเดี่ยวเพิ่มท่านละ                                    14,000.-บาท

มีวีซ่าเชงเก้นที่ยังไม่หมดอายุ ลดท่านละ             -3,000.- บาท

 

**ราคานี้ไม่รวมค่าอาหาร แต่หารับประทานได้ไม่ยากเย็น หัวหน้าทัวร์จะคอยแนะนำ

ในทริปทั้งหมด 16 มื้อ ประมาณการมื้อง่ายๆ มื้อละ 10-15 ยูโร รวมเท่ากับ 160-240 ยูโร

เป็นเงินไทยประมาณ 7,000-9,400 บาท

ท่านสามารถเลือกซื้ออาหารง่ายๆ รับประทานท่ามกลางทิวทัศน์ที่เลือกได้

ไม่เสียเวลากับการรวมกลุ่ม มีเวลาเที่ยวเต็มที่**

 

กำหนดการเดินทาง    

คณะที่ 1 :  วันเสาร์ที่ 4 –  อังคารที่ 14 พฤศจิกายน 2560

คณะที่ 2 : วันพฤหัสบดีที่ 9 – อาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน 2560

 

อัตรานี้รวม    - ค่าบัตรโดยสารเครื่องบินไป-กลับตามรายการ ชั้นประหยัด (ตั๋วกรุ๊ป) ของสายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ และค่าภาษีต่างๆ อันเกี่ยวเนื่องกับบัตรโดยสาร

- ค่าธรรมเนียมวีซ่าเข้ากลุ่มประเทศเช็งเก้น (ยื่นที่สถานทูตอิตาลี)

- ค่าโรงแรมที่พักระดับเหมาะสมกับการท่องเที่ยว มีมาตรฐานดี

- ค่าอาหารเช้าในโรงแรม

- ค่าภาษีเมือง (City Tax) ที่ต้องจ่ายเมื่อเข้าเช็คอินโรงแรม

- ค่าตั๋ว Eurail Italy Pass ที่ใช้โดยสารรถไฟ

- ค่าบริการนำเที่ยวตลอดรายการจากมัคคุเทศก์ของบริษัทสวัสดีฮอลิเดย์จำกัด

- ค่าประกันอุบัติเหตุ และค่ารักษาพยาบาลระหว่างการเดินทาง   

(วงเงินประกันอุบัติเหตุสูงสุด  ท่านละไม่เกิน 3 ล้านบาท และวงเงินประกันสุขภาพสูงสุดกรณีเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาล ท่านละไม่เกิน 2 ล้านบาท)

 

อัตรานี้ไม่รวม          -ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวระหว่างการเดินทางนอกเหนือจากที่ระบุไว้เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าเครื่องดื่ม ค่าน้ำหนักกระเป๋าเดินทางที่เกินจากที่ทางสายการบินกำหนด หรือมากกว่า 1 ใบในกรณีที่ทาง สายการบินกำหนดให้โหลดกระเป๋าได้เพียง 1 ใบเท่านั้น

- ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบินในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา

- ค่าอาหารอื่นๆที่แจ้งไว้ในรายการ       

 

หมายเหตุ     1.บริษัทฯสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบต่อค่าชดเชยความเสียหายไม่ว่ากรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองของไทยไม่อนุญาตให้เดินทางออกหรือกองตรวจคนเข้าเมืองของแต่ละประเทศไม่อนุญาตให้เข้าเมือง

2.บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าชดเชยความเสียหายอันเกิดจากเหตุสุดวิสัยที่ทางบริษัทฯ ไม่สามารถควบคุมได้เช่นการนัดหยุดงาน,จลาจล,การล่าช้าหรือยกเลิกของเที่ยวบิน ฯลฯ

3.บริษัทฯสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการท่องเที่ยวโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

4.บริษัทฯสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

5.กรณีที่คณะไม่ครบจำนวน 15 ท่านทางบริษัทฯสงวนสิทธิ์ในการงดออกเดินทาง

6.ในกรณีที่ลูกค้าต้องออกตั๋วโดยสารภายในประเทศจากจังหวัดของท่าน เพื่อมาต่อเที่ยวบินที่ สนามบินสุวรรณภูมิตามรายการของทัวร์ และเพื่อให้เวลาของทั้งสองเที่ยวบินสอดคล้องกัน กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯก่อนทุกครั้งมิฉะนั้นทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

 

ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องตั๋วเครื่องบิน

          ในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับพร้อมกันหากต้องการเปลี่ยนแปลงวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินและบริษัททัวร์เรียกเก็บและการจัดที่นั่งบนเครื่องบินของคณะทัวร์ จะถูกกำหนดโดยสายการบินซึ่งทางบริษัทฯไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้และในกรณียกเลิกการเดินทางหลังจากออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว (กรณีตั๋ว Refund ได้) ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระเบียบของสายการบินเท่านั้น แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว ตั๋วเครื่องบิน แบบหมู่คณะ (ตั๋วกรุ๊ป) ที่บริษัททัวร์ใช้กันนั้น จะทำ Refund เงินคืน หรือเปลี่ยนวันเดินทางไม่ได้

 

ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องวีซ่า

1. การอนุมัติวีซ่าเป็นอภิสิทธิ์ของทางสถานทูตทางบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้นทั้งนี้บริษัทเป็นเพียงตัวกลางและคอยบริการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เดินทางเท่านั้นเงินค่าสมัครยื่นวีซ่าทางสถานทูต และบริษัทตัวแทนรับยื่นวีซ่าเป็นผู้เรียกเก็บหากผลวีซ่าออกมาว่า ท่านไม่ผ่านทางสถานทูตจะไม่คืนเงินค่าวีซ่า และค่าบริการจากตัวแทนยื่น ไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตามและทางสถานทูตมีสิทธิ์ที่จะไม่ตอบเหตุผลของการปฏิเสธวีซ่าในทุกกรณี

2. กรณีที่วีซ่าของท่านผ่านแต่กรุ๊ปออกเดินทางไม่ได้  เนื่องจากผู้เดินทางท่านอื่นในกลุ่มโดนปฏิเสธวีซ่าทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนเงินค่าวีซ่า และค่าบริการจากตัวแทนยื่นให้กับท่านเนื่องจากเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นโดยสถานทูตเป็นผู้เรียกเก็บและท่านสามารถนำวีซ่าไปใช้เดินทางได้หากวีซ่ายังไม่หมดอายุ

 

ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องโรงแรมที่พัก

1.เนื่องจากการวางแผนผังห้องพักของแต่ละโรงแรม อาจจะแตกต่างกันจึงอาจทำให้ห้องพักแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องเตียงเดี่ยว (Single) ห้องเตียงคู่ (Twin/Double) หรือห้องพักสามเตียง (Triple Room) ห้องพักอาจจะไม่ติดกัน หรืออาจจะอยู่คนละชั้นกัน

2.โรงแรมบางแห่งในทวีปยุโรป อาจจะไม่มีเครื่องปรับอากาศภายในห้องพัก เนื่องจากอยูํในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำหรืออาจจะปรับอุณหภูมิโดยรวมให้เท่ากันทุกห้อง โดยท่านไม่สามารถปรับเปลี่ยนอุณหภูมิเองได้

3.กรณีที่มีงานจัดประชุมนานาชาติ (Trade Fair) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้นมากและห้องพักในเมืองเต็มบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมือง เพื่อให้เกิดความเหมาะสมต่อราคาทัวร์

4.โรงแรมในยุโรปที่มีลักษณะเป็น Traditional Building ห้องที่เป็นห้องเตียงเดี่ยว (Single) อาจเป็นห้องที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด และไม่มีอ่างอาบน้ำ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการออกแบบของแต่ละโรงแรมนั้นๆและห้องพักแต่ละห้องอาจมีลักษณะแตกต่างกันด้วย

 

ระเบียบการสำรองที่นั่ง 

1. สำรองที่นั่งพร้อมชำระเงินมัดจำท่านละ 20,000.-บาทโดยการโอนเงินเข้าบัญชี

บริษัท สวัสดีฮอลิเดย์ จำกัด

ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 

ออมทรัพย์ เลขที่ 034-435417-9

     **หากยังไม่ชำระค่ามัดจำถือว่าการจองนั้นๆ ยังไม่สมบูรณ์บริษัทฯสงวนสิทธิ์รับผู้ที่พร้อมชำระค่ามัดจำก่อน  ส่วนค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือ กำหนดชำระ 30 วันก่อนการเดินทาง

 

กรุณาส่งใบโอนเงิน พร้อมสำเนาหนังสือเดินทางทุกท่าน แฟกซ์มาที่ 02-640-4338

หรืออีเมลsales.sawasdeeholidays@gmail.com

หรืออีเมลoperation.sawasdeeholidays@gmail.com

หรือ LINE ID : saleswd และ sawasdeeholidays

 

2. กรณีไม่สามารถเดินทางได้ด้วยประการใดๆก็ตามกรุณาแจ้งให้ทางบริษัทฯทราบล่วงหน้า

เมื่อมัดจำแล้วหากยกเลิกการเดินทางจะไม่มีการคืนค่ามัดจำไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

3. ทางบริษัทฯขออภัยที่ไม่สามารถรับการชำระค่าทัวร์ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

   3.1 เช็คต่างจังหวัด3.2 ธนาณัติ   3.3 บัตรเครดิต

4. เมื่อท่านสำรองที่นั่งในทัวร์เรียบร้อยแล้วในกรณีที่ท่านไม่สามารถรับประทานอาหารบางประเภทหรือถือศีลมังสวิรัติกรุณาแจ้งให้แผนกขายทราบล่วงหน้า 7 วันก่อนการเดินทาง

5. หากท่านติดธุระหรือไม่สามารถยื่นเอกสารพร้อมคณะเดินทางได้ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการยื่นวีซ่ากรุ๊ปและท่านจะต้องไปดำเนินการยื่นวีซ่าเดี่ยวด้วยตัวท่านเองที่สถานทูตนั้นๆหรือที่บริษัทตัวแทนรับยื่นวีซ่า  ตามระเบียบที่สถานทูตกำหนด โดยที่ทางบริษัทฯจะจัดเตรียมเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้กับท่าน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระเบียบของแต่ละสถานทูตนั้นๆ ด้วย

6. การชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือทางบริษัทฯจะเรียกเก็บก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 20 วันท่านควรจัดเตรียมค่าทัวร์ให้เรียบร้อยก่อนกำหนดเนื่องจากทางบริษัทฯ ต้องสำรองค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าโรงแรมที่พักและค่าบัตรโดยสารเครื่องบินมิฉะนั้นจะถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ

7. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมดกรณีท่านยกเลิกการเดินทางและมีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจำนวนที่บริษัทฯกำหนดไว้เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อบริษัทและผู้เดินทางอื่นที่เดินทางในคณะเดียวกัน ซึ่งบริษัทต้องนำไปชำระคำเสียหายต่างๆที่เกิดจากการยกเลิกของท่าน

8. กรณีท่านเจ็บป่วยทำให้ไม่สามารถเดินทางได้ ท่านจะต้องนำใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลมาแสดง เพื่อที่ทางบริษัทจะได้ทำการเลื่อนการเดินทางของท่านไปยังคณะต่อไปแต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายไม่สามารถเรียกคืนได้ เช่น ค่าโรงแรมที่พักและค่าอาหารในวันแรกของรายการทัวร์ ค่าธรรมเนียมในการมัดจำบัตรโดยสารเครื่องบิน ค่าธรรมเนียมวีซ่าตามที่สถานทูตฯเรียกเก็บในกรณีที่ไม่สามารถเดินทางได้

9. กรณียื่นวีซ่าแล้วไม่ได้รับการอนุมัติวีซ่าจากทางสถานทูต (วีซ่าไม่ผ่าน) และท่านได้ชำระค่าทัวร์หรือมัดจำมาแล้วทางบริษัทฯ จะคืนคำทัวร์หรือมัดจำให้แต่ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักค่าบริการยื่นวีซ่า, ค่าวีซ่า และค่าใช้จ่ายบางส่วนที่เกิดขึ้นจริงเป็นกรณีไป (เช่น กรณีออกบัตรโดยสารเครื่องบินไปแล้วหรือได้ชำระค่าบริการในส่วนของทางต่างประเทศไปแล้ว เชนโรงแรมบัตรโดยสารรถไฟฯลฯ) ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักเก็บคำใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นแล้วกับท่านเป็นกรณีไป

10. กรณีวีซ่าผ่านแล้วแจ้งยกเลิกก่อนหรือหลังออกบัตรโดยสารเครื่องบินบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด

11. กรณีผู้เดินทางไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ ไม่ว่าประเทศใดๆ ก็ตาม เนื่องจากเอกสารปลอมหรือการปฏิเสธของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ไม่ว่าเหตุผลใดๆ ก็ตามทางบริษัทของสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมดและไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นตามมาใดๆ ทั้งสิ้น

 

หลักฐานประกอบการยื่นขอวีซ่าประเทศอิตาลี

*กรุณาเตรียมเอกสารและปฏิบัติตามให้ครบถ้วน....เป็นเรื่องสำคัญมาก*

ใช้เวลาดำเนินการ 15 วันทำการ (หรือประมาณ 3 สัปดาห์) และทุกท่านต้องไปสแกนลายนิ้วมือ

ที่สำนักงาน VFS อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 15 ถนนสีลม

 

1.หนังสือเดินทางที่มีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือนนับจากวันเดินทาง และมีหน้าว่างไม่ต่ำกว่า 3 หน้า (หากท่านมีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณาแนบมาด้วย)

2.รูปถ่ายปัจจุบัน ขนาด 3.5 x 4.5 ซม. จำนวน 2 ใบ (รูปสี พื้นหลังสีขาวเท่านั้น) (ไม่เกิน 6 เดือน)

3.สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ใบ, สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 1 ใบ (สำหรับผู้มีอายุเกิน 18 ปีบริบูรณ์) / สำเนาสูติบัตร 1 ใบ (สำหรับเด็ก/เยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ แม้ว่าจะมีบัตรประชาชนแล้วก็ตาม)

พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ ทั้งเบอร์บ้าน และเบอร์มือถือ

4.สำเนาทะเบียนสมรส กรณีใช้คำนำหน้าว่า นาง (ถ้ามี) หรือสำเนาทะเบียนหย่า (ถ้ามี) หรือสำเนาใบมรณะบัตรของคู่สมรส (ถ้ามี) หรือสำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี)

5.หลักฐานการทำงาน**ห้ามเกิน 30 วันนับจากวันกำหนดยื่นวีซ่า**

          5.1 กรณีเป็นลูกจ้าง ใช้หนังสือรับรองการทำงานของบริษัทที่ทำงานอยู่ (เป็นภาษาอังกฤษ และฉบับ จริงเท่านั้น) โดยต้องใช้หัวจดหมายของบริษัทเท่านั้น และมีตราประทับรับรองจากบริษัทหรือหน่วยงานต่างๆ โดยระบุตำแหน่ง, ระยะเวลาการทำงาน, เงินเดือน และช่วงเวลาที่ได้รับอนุญาตให้ลาพัก

          5.2 กรณีเจ้าของกิจการ ใช้สำเนาทะเบียนการค้า (แปลเป็นภาษาอังกฤษ) หรือสำเนาการจดทะเบียนบริษัท (ขอไว้ไม่เกิน 3 เดือน) ที่มีชื่อของท่านเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมตราประทับของบริษัทฯ

          5.3 กรณีเป็นข้าราชการ ต้องแสดงจดหมายรับรองจากหน่วยงาน เป็นภาษาอังกฤษ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการ 1 ชุด

          5.4 กรณีเป็นนักเรียน หรือนักศึกษา ต้องขอหนังสือรับรองจากโรงเรียน (ฉบับจริง) พร้อมประทับตราจากทางโรงเรียน หรือกรณีเป็นเด็กเล็ก ใช้สมุดรายงานประจำตัวนักเรียนหรือสำเนาบัตรประจำตัวนักเรียน (พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ)

          5.5 กรณีเกษียณอายุราชการ ต้องแสดงบัตรข้าราชการบำเหน็จบำนาญ

6.หลักฐานการเงิน** ทางสถานทูตอิตาลี เข้มงวดมากเรื่องหลักฐานการเงิน **

   6.1 หนังสือรับรองการเงินจากธนาคาร 1 ใบ (Bank Certificate) โดยต้องพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ ระบุ To whom it may concern (ต้องทำล่วงหน้าก่อนวันกำหนดยื่นวีซ่า ไม่เกิน 15 วันเท่านั้น) ควรเป็นบัญชีออมทรัพย์ และมีเงินหมุนเวียนที่คงเหลืออยู่ไม่ต่ำกว่าเลข 6 หลัก (กรุณานำสำเนาหนังสือเดินทางไปด้วย เพื่อให้ธนาคารพิมพ์คำนำหน้าชื่อ-ชื่อ-นามสกุลตรงกับที่ระบุในหนังสือเดินทาง) พร้อมถ่ายสำเนาสมุดบัญชีเล่มเดียวกันย้อนหลัง 6 เดือน  (ต้องปรับยอดเงินฝากไม่เกิน 7 วันก่อนวันกำหนดยื่นวีซ่า แล้วจึงถ่ายสำเนา 1 ชุด)

   6.2 ในกรณีที่มีผู้รับรองค่าใช้จ่าย ต้องมีเอกสารเพิ่มเติมดังนี้

         - จดหมายจากผู้รับรองค่าใช้จ่าย โดยพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น

         - หลักฐานแสดงความสัมพันธ์ของผู้เดินทางกับผู้รับรองค่าใช้จ่าย เช่น ทะเบียนบ้าน (เพื่อนและสามีภรรยาที่มิได้จดทะเบียนสมรส และไม่มีบุตร ไม่สามารถรับรองค่าใช้จ่ายให้กันได้) ต้องเป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกันเท่านั้น

         -  หนังสือรับรองการเงินจากธนาคารที่จะยื่นวีซ่าของผู้รับรองค่าใช้จ่าย

7.หนังสือยินยอมจากบิดามารดา

          7.1 เด็กหรือเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีที่เดินทางกับบิดา หรือมารดาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง     จะต้องทำหนังสือยินยอมจากอำเภอหรือเขต ยินยอมให้บุตรเดินทางไปกับอีกฝ่ายหนึ่ง พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และลายเซ็นของบิดา หรือมารดาที่ไม่ได้เดินทางไปด้วย

          7.2 กรณีบิดา และมารดา ไม่ได้เดินทางไปด้วย ต้องทำหนังสือยินยอมตามข้อ 7.1 ยินยอมให้บุตรเดินทางไปกับผู้อื่น พร้อมทั้งหลักฐานการทำงาน และหลักฐานการเงินของบิดามารดา (ข้อ 3, 4) พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมลายเซ็นของบิดามารดาประกอบด้วย

 

*** เอกสารที่เป็นสำเนา กรุณาเซ็นชื่อรับรองสำเนาถูกต้องด้วย ***

Recommend

พักผ่อนเมืองตากอากาศพัทยา

พักผ่อนเมืองตากอากาศพัทยา

นำพักผ่อนเมืองตากอากาศพัทยา

โอกาสทองช่วงปลอดนักท่องเที่ยวต่างประเทศ

ย่ำหาดทรายขาว น้ำทะเลใสที่ เกาะล้าน

3 วัน – 2 คืน




พักหาดพัทยา 2 คืน

ชมสวนองุ่นผลิตไวน์  Silver Lake Valley

ที่แวดล้อมด้วยทัศนียภาพที่สวยงาม

เขาชีจรรย์ ตลาดน้ำไทย 4 ภาค

พระเจดีย์กลางน้ำ วัดหงษ์ทอง

เดินทาง : 28/08/2020 - 30/08/2020

นำท่องเที่ยวกรุงเทพ 1 วัน

นำท่องเที่ยวกรุงเทพ 1 วัน

ในวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2563
หรือ วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2563


"เที่ยวชมมรดกไทยอย่างมั่นใจ และปลอดภัย"



วัดพระศรีรัตนศาสดาราม – พระบรมมหาราชวัง 

วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร 

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร – ชุมชนกุฎีจีน


ชมความวิจิตรของศิลปสถาปัตยกรรมอันล้ำค่าที่บูรพมหากษัตริยาธิราชทรงรังสรรค์ไว้
ให้เป็นมรดกชาติ ที่พระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม  
นมัสการพระปรางค์วัดอรุณ สัญลักษณ์ของกรุงเทพมหานคร
เสริมความเป็นสิริมงคลด้วยการบูชา ซำปอกง แห่งวัดกัลยาณ์ 
แล้วย้อนยุคสู่บรรยากาศกรุงธนบุรี วิถีชีวิตอันผสมผสานด้านวัฒนธรรม ไทย จีน ฝรั่ง
ลิ้มรสขนมฝรั่งอันหอมหวล อบอวลชวนคำนึงถึงอดีตอันนานโพ้น 
อำลากันในยามเย็นด้วยความประทับใจ และอิ่มเอมด้วยสาระ 
ทำให้วันหยุดสุดสัปดาห์ของท่านเต็มไปด้วยคุณค่า


นำท่องสวิตเซอร์แลนด์ดินแดนในฝัน 10 วัน

นำท่องสวิตเซอร์แลนด์ดินแดนในฝัน 10 วัน

นำท่องสวิตเซอร์แลนด์

ดิ น แ ด น ใ น ฝั น  1 0  วั น

เดินทางวันที่ 10 – 19 เมษายน 2563

**วันหยุดสงกรานต์**

 



โดยสายการบินกาต้าร์แอร์เวย์(QR)

สายการบินที่ชนะรางวัล 5 ดาวจาก Skytrax ถึง 5 ปี

สะสมไมล์ได้ในเครือ One World


ซูริคZurich ชาฟท์เฮาเซ่นShaffhausen น้ำตกไรน์ Rhine Fallsสไตน์ อัม ไรน์Stein am Rhine

เวกกี้สWeggis ลูเซิร์นLuzern ล่องเรือทะเลสาบVierwaldstatterseeวิทซ์เนาVitznau

ยอดเขา RiGi Kulm เวงเง็นWengen จุงเฟราจ็อค Jungfraujochเซอร์แมทZermatt

เขา Gornergratและแมตเตอร์ฮอร์น Matterhorn   มองเทรอซ์Montreux หมู่บ้านจีสต๊าดGstadd

หมู่บ้านเลาเตอร์บรุนเน่น Lauterbaunnen หมู่บ้านเมอร์เรนMurren ซูริคZurich

ยุโรปทิวลิป 3 ประเทศ : เยอรมนี – เบลเยี่ยม – เนเธอร์แลนด์

ยุโรปทิวลิป 3 ประเทศ : เยอรมนี – เบลเยี่ยม – เนเธอร์แลนด์

นำเที่ยวยุโรปทิวลิป 3 ประเทศ 

เยอรมนี

เบลเยี่ยม

เนเธอร์แลนด์




แฟรงค์เฟิร์ต – ล่องเรือแม่น้ำไรน์ – โคโลญจน์ – อาเค่น

บรัสเซลส์ – เก้นท์ – บรูจจ์ – อันทเวิร์ป – อัมสเตอร์ดัม

หมู่บ้านกีธูร์น – หมู่บ้านกังหันลมซานส์ชานซ์ – สวนดอกไม้เคอเคนฮอฟ


โดยสายการบินกาต้าร์แอร์เวย์ (QR)

สายการบินที่ชนะรางวัล 5 ดาวจากSkytrax ถึง 5 ปี

สะสมไมล์ได้ในเครือ One World



Back to Top