Tour Others Tour Others
Home > Tour Destination > MOROCCO EXCLUSIVE 10 DAYS

MOROCCO EXCLUSIVE 10 DAYS

รายละเอียด

สวัสดีฮอลิเดย์ร่วมกับ F.M.93.5 BRIGHT & BEAUTIFUL

MOROCCO EXCLUSIVE 10 DAYS

ดินแดนฟ้าจรดทราย นอนดูดาวที่ทะเลทรายซาฮาร่า

เที่ยวไปกับ DJ สุพจน์ ผจญยุทธ

สัมผัสเสน่ห์ของดินแดนบนสุดขอบทวีปแอฟริกาตะวันตกเฉียงเหนือ 

ที่มีรูปแบบทางวัฒนธรรมผสมผสานกับยุโรปตะวันตก

ด้วยระยะที่ถูกคั่นด้วยช่องแคบยิบรอลต้าเพียง 14 กิโลเมตร 


คาซาบลังก้า – ราบัต – แทนเจียร์ – เชฟเชาเอิน – เมคเนส – เฟส – อิเฟรน

มิเดลท์ – เออร์ฟูย์ด – เมอร์ซูก้า – ทินเฮียร์ – ทอดร้ากอร์จ – วอซาเซท – มาราเกช

 

.รวมจุดเที่ยว..ไฮไลท์..ไว้อย่างสมบูรณ์.

....ที่พัก..สบายๆ..ในโรงแรมระดับมาตรฐาน....

.….อาหาร...หลากหลายเมนูสไตล์โมรอคคั่น…..

ท่องเที่ยวอย่างมีความสุข สัมผัสประสบการณ์อันน่าประทับใจ กับทัวร์ดี ทัวร์คุณภาพด้วยการดูแลเอาใจใส่อย่างพิถีพิถัน สมกับคำว่า “เที่ยวประทับใจ ได้สาระกับมืออาชีพ” อย่างแท้จริง

รายละเอียดทัวร์

ทัวร์วันที่ 1 วันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561: ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ – ดูไบ – คาซาบลังก้า

23.00 น.

พร้อมคณะที่สนามบินสุวรรณภูมิเคาน์เตอร์สายการบินเอมิเรตส์ (EK) ประตู 9 แถว T พบเจ้าหน้าที่ “สวัสดีฮอลิเดย์” คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก


ทัวร์วันที่ 2 วันเสาร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 : ดูไบ – คาซาบลังก้า

02.00 น.

ออกเดินทางสู่สนามบินเมืองดูไบ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 371 (ใช้เวลาบิน 7 ชั่วโมง)

06.00 น.

(เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง) ถึงสนามบินเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะพักรอเปลี่ยนเที่ยวบิน

07.25 น.

ออกเดินทางสู่สนามบินคาซาบลังก้า โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 751 (ใช้เวลาบิน 8.50 ชั่วโมง)

12.15 น.

(เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 7 ชั่วโมง) เดินทางถึงสนามบินนานาชาติเมืองคาซาบลังก้า (Casablanca) ราชอาณาจักรโมรอคโค ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร

บ่าย

อาหารกลางวันที่ภัตตาคาร (จีน)

นําเที่ยวชมเมือง คาซาบลังก้า หมายถึง บ้านสีขาว คําว่า คาซา แปลว่า บ้าน และ บลังกา แปลว่า สีขาว เป็นเมืองที่คนทั่วโลกรู้จักกันดี เพราะนอกจากจะเป็นเมืองท่าเรือสำคัญและเป็นที่ตั้งของท่าอากาศยานระหว่างประเทศแล้ว ยังเคยถูกใช้เป็นฉากในภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเรื่อง Casablanca โดยที่ไม่ได้ถ่ายทําในคาซาบลังก้าเลย เป็นเรื่องราวความรักระหว่างนายทหารอเมริกันและหญิงคนรัก ในช่วงสงครามโลกครั้ง ที่ 2 ที่ทําให้คาซาบลังก้าเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และปัจจุบันเป็นเมืองเศรษฐกิจหลักของโมรอคโค ที่มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณเกือบ 5 ล้านคน

นําท่านชมสุเหร่าแห่งกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเมืองเมกกะ ชมความงามอันประณีตของสถาปัตยกรรมแบบโมรอคโคทุกแขนง ชมทัศนียภาพรอบๆ สุเหร่าอันเป็นจุดชมวิวริมฝั่งทะเล ซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนที่สวยงามของชาวโมรอคโคที่ชอบมาเดินเล่นหลังจากปฏิบัติ ศาสนกิจ แล้วนําชมเมืองคาซาบลังก้า โบสถ์คริสเตียน (The Church of our ladies of Lourdes) ภายในมีภาพกระจกสีสวยงาม แสดงเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับศาสนา ผ่านชม จัตุรัสสหประชาชาติ หรือ จัตุรัสโมฮัมเหม็ดที่ 5 ซึ่งเป็นใจกลางเมืองย่านธุรกิจสําคัญ

18.00 น.

เข้าที่พัก โรงแรม MOVENPIC CASABLANCA หรือเทียบเท่า อาหารค่ำในโรงแรม (International Buffet)


ทัวร์วันที่ 3 วันอาทิตย์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 : คาซาบลังก้า – ราบัต – แทนเจียร์ – เชฟเชาเอิน

เช้า

อาหารเช้าในโรงแรม

08.00 น.

นําเดินทางโดยรถโค้ชสู่เมืองราบัต (Rabat) (90 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม.) นําชมเมืองราบัต เมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรมาตั้งแต่ปีค.ศ.1956 หลังจากโมรอคโคหลุดพ้นจากการแทรกแซงของฝรั่งเศส เป็นที่ตั้งของพระราชวังหลวงและทําเนียบทูตานุทูตจากต่างแดน เป็นเมืองสีขาวที่สะอาดและสวยงาม นําชมป้อมอูไดยะ ป้อมขนาดใหญ่ 2 ชั้นที่ตั้งอยู่ริมมหาสมุทรแอตแลนติก ล้อมรอบด้วยกําแพงสูงใหญ่ ด้านในเป็นเมดิน่า บ้านเรือนทาด้วยสีฟ้า ที่สะอาดตาน่าเดินเล่น จากนั้นชมสุเหร่าหลวง ที่ทุกเที่ยงวันศุกร์ กษัตริย์แห่งโมรอคโคจะทรงม้าจาก พระราชวังมาประกอบศาสนกิจ

ชมสุสานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 พระอัยกาของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน ซึ่งมีทหารยามยืนเฝ้าทุกประตู และเปิดให้คนทุกชาติทุกศาสนาเข้าไปเคารพพระศพที่ฝังอยู่เบื้องล่าง ด้านหน้าของสุสาน คือสุเหร่าฮัสซันที่เริ่มสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 แต่ไม่สําเร็จ และพังลงจนเหลือแต่เพียงเสาไว้ 365 ต้น ในพื้นที่ 183 x 139 เมตร

เที่ยง

อาหารกลางวันที่ภัตตาคาร (ท้องถิ่น)

บ่าย

นําเดินทางโดยรถโค้ชสู่เมืองแทนเจียร์ (Tangier) (250 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ2.30 ชม.) เป็นเมืองท่าเรือริมชายฝั่งที่สำคัญ ตั้งอยู่ทางเหนือของประเทศและอยู่ทางตอนใต้ของช่องแคบยิบรอลต้าร์ เชิญชมวิวของช่องแคบยิบรอลต้าร์ที่คั่นระหว่างทวีปยุโรปและทวีปแอฟริกา ตามตำนานเล่าว่า เป็นเพราะเทพเฮอร์คิวลิส ที่ต้องการเดินทางผ่านไปสุดขอบตะวันตกจึงยกแผ่นดินออกทำให้เกิดช่องแคบนี้ นำชมแกรนด์ ซัคโค (Grand Socco) หรือที่เรียกกันว่า “บิ๊กสแควร์” ที่รายล้อมไปด้วยเขตเมืองเก่า หรือย่านเมดิน่า

จากนั้นเดินทางต่อสู่เมืองเชฟเชาเอิน (Chefchaouen) (110 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม.)เมืองนี้ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงอีกแห่งและยังเป็นเมืองที่มีชายแดนติดกับสเปนด้วย ด้วยความที่รูปร่างลักษณะของยอดเขาของที่นี่เหมือนกับเขาแพะ (Chaoua) ดังนั้นชื่อเมือง Chefchaouen จึงมีความหมายที่ตรงตัวเลยว่า “มองที่เขาแพะนั่นซิ” ด้วยลักษณะเมืองที่อยู่บนภูเขา จึงทําให้นักท่องเที่ยวที่มานี่ต่างได้ลิ้มรสของความเงียบสงบ บรรยากาศโรแมนติค และได้สัมผัสถึงการพักผ่อนอย่างแท้จริง เข้าที่พัก โรงแรม PARADOR CHEFCHAOUEN หรือเทียบเท่า อาหารค่ำในโรงแรม (International Buffet)


ทัวร์วันที่ 4 วันจันทร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 : เชฟเชาเอิน – เมคเนส – เฟส

เช้า

อาหารเช้าในโรงแรม

08.00 น.

นําท่านเดินเที่ยวชมเมืองเชฟเชาเอิน สวรรค์ของคนรักสีฟ้าและสีขาว เนื่องจากบ้านเรือนที่นี่แทบทุกหลังเป็นสีขาว และมีครึ่งล่างไปจนถึงบริเวณถนน บันไดและทางเดินเป็นสีฟ้าสดใสสวยงามเหมือนวันที่ท้องฟ้าไร้เมฆกับอากาศแสนบริสุทธิ์

09.00 น.

นำเดินทางโดยรถโค้ชสู่เมืองเมคเนส (Meknes) (200 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชม.) เป็นเมืองหลวงโบราณในสมัย สุลต่านมูเล อิสมาอิล (Mouley Ismail) แห่งราชวงศ์อะลาวิท (Alawite Dynasty) กษัตริย์จอมโหดผู้ชื่นชอบการทําสงครามในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 ด้วยทําเลที่ตั้งที่มีแม่นํ้าไหลผ่านกลางเมือง เมกเนสจึงเป็นเมืองศูนย์กลางการผลิต มะกอก ไวน์ และพืช พรรณต่างๆ

13.00 น.

อาหารกลางวันที่ภัตตาคาร (ท้องถิ่น)

บ่าย

นําชมกําแพงเมืองที่ล้อมรอบเมืองเก่า มีความยาวประมาณ 40 กม. ซึ่งเดิมเคยมีประตูเมือง ใหญ่โตถึง 14 ประตู ชมประตูบับมันซู (Bab Mansour Monumental Gate) ที่ได้ชื่อว่าสวย ที่สุด ตกแต่งด้วยโมเสอิกและกระเบื้องสีเขียวบนผนังสีแสด จากเมคเนสออกเดินทางต่ออีก 30 กม. ประมาณ 40 นาที แวะชมเมืองโบราณโรมันโวลูบิลิส (Roman city of Volubilis) ที่ปัจจุบันเหลือแต่ซากปรักหักพังที่เกิดจากแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในปี ค.ศ. 1755 แต่ยังคงเห็นได้ถึงร่องรอยความยิ่งใหญ่ของ เมืองในจักรวรรดิโรมันในอดีต จากวิหารเทพเจ้าของเมืองโบราณโวลูบิลิส ท่านสามารถมองเห็น เมืองมูเลไอดริส (Moulay Idriss) เมืองศูนย์กลางศาสนาอันศักดิสิทธิ์ของชาวมุสลิมในโมรอคโค ทุกๆปี ช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน จะมีเหล่านักจาริกแสวงบุญมาเยือนเมืองแห่งนี้เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา เปรียบได้กับเมืองเมกกะของประเทศซาอุดิอารเบีย

นําท่านเดินทางต่อไปยังเมืองเฟซ (Fes) เป็นเมืองโบราณที่ตั้งอยู่บนพื้นที่อันอุดมสมบูรณ์ที่ต่อจากเชิงเทือกเขารีฟ (Rif Mountain) ทางตอนเหนือกับเขตเทือกเขาแอตลาสตอนกลาง (Middle Atlas) (80 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม.) มีแม่นํ้าเฟส (River Fes) ไหลผ่านกลางเมือง และที่นี่เป็นเมืองที่ยังคงมีบรรยากาศของเมืองโบราณที่ผู้คนยังใช้ลาเป็นพาหนะและบรรทุกของกันอยู่ ท่านจะได้สัมผัสบรรยากาศเมืองเก่าแก่ที่สุดในบรรดาเมืองหลวงเก่าทั้งสี่แห่ง แต่สิ่งที่สําคัญของเมืองเฟสคือในปีค.ศ.1981 องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้เขตเมืองเก่าของเฟสเป็นเมืองมรดกโลกทาง ประวัติศาสตร์

นําท่านเที่ยวชมเมืองเฟซ (Fes) เมืองหลวงเก่าในคริสต์ศตวรรษที่ 8 ที่มีความสําคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของโมรอคโค เริ่มด้วยจุดชมวิวบนป้อมปราการแห่งราชวงศ์ซาเดียน ต่อด้วยชมประตูพระราชวังแห่งเฟซ (The Royal Palace) ประตูทางเข้าพระราชวังเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยและสง่างาม นับเป็นเอกลักษณ์แห่งราชวงศ์โมรอคโค บริเวณใกล้เคียงพระราชวังเคยเป็นชุมชนชาวยิวที่ทํารายได้ให้แก่ราชวงศ์ แต่ปัจจุบันชาวยิวส่วนใหญ่ได้เดินทางกลับไปอยู่ในดินแดนแห่งพันธสัญญา (ประเทศอิสราเอล) คงเหลือชาวยิวอยู่ไม่มากนัก ชุมชนชาวยิวแถบนี้ (The Synagouge) เป็นกลุ่มคนที่มาอาศัยอยู่ตั้งแต่ใน สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 7 จากนั้นนําท่านเดินทางเข้าสู่เขาวงกตอันซับซ้อนแห่งเมดินาเมืองเฟซ ผ่านประตู Bab Bou Jeloud ที่สร้างตั้งแต่ปีค.ศ. 1913 ที่ใช้โมเสอิกสีฟ้าตกแต่ง เหมือนข้ามกาลเวลา ย้อนสู่อดีต ผ่านชมตลาดสดขายข้าวปลาอาหาร และผัก ผลไม้สดต่างๆนานา ในเขตเมืองเก่าได้แบ่งออกเป็น 100 ส่วน มีซอยกว่า 10,000 ซอย มีซอยแคบสุดคือ 50 ซ.ม. ถึงกว้าง 3 เมตร จะแบ่งเป็นย่านต่างๆ เช่น ย่านเครื่องใช้ทองเหลือง ทองแดง จะมีร้านค้าเล็กๆที่หน้าร้านจะมีหม้อ กระทะ อุปกรณ์เครื่องครัว วางแขวนห้อยเต็มไปหมด ย่านขายพรมที่วางเรียงรายอย่างสวยงาม ย่านงานเครื่อง จักสาน งานแกะสลักไม้ และย่านเครื่องเทศ (Souk El Attarine) ท่านจะได้สัมผัสทั้งรูป รสและกลิ่นในย่านเครื่องเทศ ที่มีการจัดเรียงสินค้าได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม

ระหว่างที่เดินตามทางในเมดิน่าท่านจะได้พบกับ นํ้าพุธรรมชาติ (Nejjarine Fountain) เพื่อให้ชาวมุสลิมให้ล้างหน้าล้างมือก่อนเข้าในบริเวณมัสยิด แวะชมสุสานของมูเล ไอดริสที่ 2 (Moulay Idriss Mausolem II) ที่ชาวโมรอคโคถือว่าเป็นแหล่งมาแสวงบุญที่ศักดิสิทธิ์ ผ่านชม สุเหราใหญ่ ไคเราวีน (Kairaouine Mosque) ซึ่งเป็นทั้งมหาวิทยาลัยสอนศาสนาแห่งแรกของโมรอคโคและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว (เข้าได้ เฉพาะผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามเท่านั้น) จากนั้นนําท่านเดินชมย่านเครื่องหนังและแวะชม บ่อฟอกและย้อมสีหนังแบบโบราณ ที่เป็น เอกลักษณ์เฉพาะของเมืองเฟส ถูกอนุรักษ์โดยองค์กรยูเนสโก้

ค่ำ

เข้าที่พัก โรงแรม HOTEL SOFITEL, FES หรือเทียบเท่า อาหารคํ่าในโรงแรม (International Buffet) **คืนนี้ จัดเตรียมเสื้อผ้า ของใช้จำเป็น ใส่กระเป๋าใบเล็ก เพื่อค้างคืนในทะเลทรายซาฮาร่า***


ทัวร์วันที่ 5 วันอังคารที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 : เฟส – อิเฟรน – มิเดลท์ – เออร์ฟูย์ด – เมอร์ซูก้า

เช้า

อาหารเช้าในโรงแรม

นำเดินทางโดยรถโค้ชสู่เขตทะเลทรายซาฮาร่า ระหว่างทางผ่าน เมืองอิเฟรน (Ifrane) ซึ่งห่างจากเฟซ ลงทางใต้ ประมาณ 60 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม. อิเฟรน เป็นเมืองที่ความสูงประมาณ 1,650 เมตร เหนือระดับนํ้าทะเล เป็นที่พักตากอากาศซึ่งใน อดีตฝรั่งเศสได้มาสร้างขึ้นบริเวณนี้ ในช่วง ค.ศ. 1930 บางครั้งเรียกเมืองแห่งนี้ว่า เจนีวาแห่ง โมรอคโค บ้านส่วนใหญ่มีหลังคาสีแดง มีดอกไม้บาน และทะเลสาบสวยงาม เป็นสถานที่พักผ่อนทั้งฤดูหนาวและฤดูร้อน เดินถ่ายรูปชมเมืองน้อยกับบรรยากาศสบายๆ ถ่ายรูปกับอนุสรณ์สิงโตหิน lสัญลักษณ์แทนสิงโตตัวสุดท้ายที่ถูกล่าจนหมดไปจากเทือกเขาแห่งนี้ แล้วเดินทางต่อสู่เมือง มิเดลท์ (Midelt) (135 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม.)

เที่ยง

อาหารกลางวันที่ภัตตาคารเมือง Midelt (ท้องถิ่น)

บ่าย

เดินทางต่อสู่เมืองเออร์ฟูย์ด (Erfoud) (210 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม.) ซึ่งเป็นโอเอซิสศูนย์กลางการค้าขายของคาราวาน ซึ่งเดินทางมาจากซาอุดิอาระเบีย และซูดาน ระหว่างทางจะผ่านโอเอซิส การทําระบบชลประทานใต้ดิน ก่อนเข้าที่พักแวะชม Fossil World ชมซากดึกดำบรรพ์ของสิ่งมีชีวิตเมื่อ 350 ล้านปีมาแล้ว จากนั้นนําท่านเดินทางพร้อมกระเป๋าใบเล็กสู่เมืองเมอร์ซูก้าร์ (Merzouga) โดยรถขับเคลื่อนสี่ล้อ 4 WD (50 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที) ท่องทะเลทรายซาฮาร่า “Sahara” ซึ่งเป็นทะเลทราย ในทวีปแอฟริกาที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก (รองจากทะเลทรายในทวีปแอนตาร์กติกา) และเป็นทะเลทรายร้อนที่ใหญ่ที่สุดของโลก ลัดเลาะขอบทะเลทรายสู่เขต ซาฮาร่า

เข้าที่พักโรงแรมกลางทะเลทรายซาฮาร่า AUBERGE DU SUD หรือเทียบเท่า

ค่ำ

อาหารคํ่าที่โรงแรม (Set Menu) จากนั้นพักผ่อนนอนดูดาว ตามอัธยาศัย


ทัวร์วันที่ 6 วันพุธที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 : เมอร์ซูก้า – ทินเฮียร์ – ทอดร้ากอร์จ – วอซาเซท

เช้าตรู่

ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น นำท่านไปขี่อูฐชมพระอาทิตย์ขึ้นทในทะเลทรายซาฮาร่า(ขี่อูฐท่านละ 1 ตัว) กลับมารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

นำคณะนั่งรถ 4 WD ออกจากทะเลทรายซาฮาร่า กลับสู่เมืองเออร์ฟูย์ด เพื่อนั่งรถโค้ช เดินทางต่อสู่ ทอดร้ากอร์จ “Todra George” (140 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม.) ชมความงามของช่องเขาที่ซ่อนตัวอยู่ในโอเอซิส ลํานํ้าเกลือ ที่ไหลผ่านช่องเขา กับหน้าผาสูงชันแปลกตา เป็นแหล่งปีนหน้าผาสําหรับนักเสี่ยงภัยทั้งหลาย แวะชม โอเอซิส “Tinerhir” ชุมชนที่เกาะกลุ่มอยู่รวมกัน ในท่ามกลางความแห้งแล้งยังมีความชุ่มชื้นของโอเอซิส ต้นปาล์ม เคยเป็นที่ตั้งของกองทหาร ที่เดินทางมาจากวอซาเซท

เที่ยง

อาหารกลางวันที่ภัตตาคาร

บ่าย

เดินทางต่อบนเส้นทางที่ได้รับการขนานนามว่า ถนนแห่งคาชบาห์หรือป้อมปราการนับพัน เนื่องจาก ตลอดสองข้างทางจะมีคาชบาห์น้อยใหญ่หลายร้อยแห่งเรียงรายสุดลูกหูลูกตา ตามถนนดังกล่าวสู่ เมืองวอซาเซท (Ouarzazate) (165 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชม.) เมืองซึ่งเคยเป็นที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ ในปี ค.ศ.1928 ฝรั่งเศสได้ตั้งกองกําลังทางทหารและพัฒนาที่นี่ให้เป็นศูนย์กลางการบริหาร วอซาเซทเป็นเมืองถูกส่งเสริมให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่แวดล้อมไปด้วยสตูดิโอ ภาพยนตร์ และมีการพัฒนาพื้นที่ในทะเลทรายเพื่อการทํากิจกรรมต่างๆ เช่นการขี่มอเตอร์ไซด์ อูฐ กิจกรรม ผจญภัยกลางทะเลทราย (สําหรับในฤดูหนาว-ฤดูใบไม้ผลิ (พ.ย.-เม.ย.) ควรเตรียมเสื้อกันหนาวให้เพียงพอ เพราะเมืองนี้อยู่ใกล้ภูเขาแอตลาส ที่มีหิมะปกคลุมในช่วงดังกล่าว วอซาเซทเป็นเมืองที่สําคัญที่สุดของทางตอนใต้ และเป็นทางเชื่อมระหว่างเหนือกับใต้ และตะวันออกกับตะวันออก

ค่ำ

อาหารคํ่าที่ภัตตาคาร เข้าที่พัก โรงแรม KARAM PALACE หรือเทียบเท่า


ทัวร์วันที่ 7 วันพฤหัสบดีที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 : วอซาเซท – ไอท์ เบนฮาดดู – มาราเกช – Fantasia show

เช้า

อาหารเช้าในโรงแรม

นําท่านชม ป้อมทาเริท “Kasbah Taourirt” เป็นป้อมแห่งตระกูลกลาวี ภายใต้หมู่อาคารขนาดใหญ่ ซึ่งภายในประกอบด้วยห้องต่างๆจํานวนมากซ่อนอยู่ เชื่อมต่อกันด้วยถนนเล็กๆ และเส้นทางลับคดเคี้ยวตามอาคารที่เบียดเสียดกัน จากนั้นนําท่านชมคฤหาสน์ของผู้ปกครองมาราเกช ตระกูล กลาวี (Glaoui Palace) ซึ่งยังมีลวดลายผนังอาคารและรูปแบบสถาปัตยกรรมอันหลากหลายของการสร้างอาคารของชาวเบอร์ เบอร์ การออกแบบอาคารซึ่งเหมาะกับความเชื่อและความเป็นอยู่ของเหล่าเจ้าผู้ปกครอง ในยุคของตระกูล Glaoui ที่นี่มีคนงานและคนรับใช้จํานวนหลายร้อยคนจึงต้องมีห้องเป็นจํานวนมาก มีทั้งส่วนที่เป็นวังเก่า ห้องนั่งเล่น ห้องรับรอง บางห้องก็ว่างเปล่า ยูเนสโก้ได้ปฏิสังขรณ์ขึ้นมาจากอาคารเดิมเพียง 1 ใน 3 ของอาคาร ทั้งหมด

จากนั้นออกเดินทางสู่เมืองไอท์ เบนฮาดดู (Ait Benhaddou) (30 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 35 นาที) เมืองไอท์ เบนฮาดดู เป็นเมืองที่ชื่อเสียงในเรื่องการหารายได้จากกองถ่ายทําภาพยนตร์กว่า 20 เรื่อง โดยเฉพาะป้อมที่งดงามและมีความใหญ่ที่สุดในโมรอคโค ภาคใต้ คือ ป้อมไอท์ เบนฮาดดู (Kasbash of Ait Benhadou) เป็นป้อมดินซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางสวนอัลมอนด์ เป็นปราสาทที่ใช้ในการถ่ายทําภาพยนต์หลายเรื่อง ที่โด่งดังอาทิ Lawrance of Arabia , Jesus of Nazareth และ Gladiator ปัจจุบันอยู่ในความดูแลขององค์การยูเนสโก้ ได้ร้บการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปีค.ศ. 1987

เที่ยง

อาหารกลางวันที่ภัตตาคาร (ท้องถิ่น)

บ่าย

ออกเดินทางสู่เมืองมาราเกช (Marakesh) (187 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชั่วโมง) ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สําคัญที่ตั้งอยู่เชิงเขาแอตลาส ในอดีตเมืองโอเอซิสแห่งนี้ เป็นที่พัก ของกองคาราวานอูฐ ที่มาจากทางตอนใต้ของโมรอคโค ถือเป็นเมืองชุมทางของพ่อค้าต่างๆ นอกจากนี้ยังเป็นอดีตเมืองหลวงในช่วงสมัยราชวงศ์อัลโมราวิดช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 11 ปัจจุบันเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด สภาพบ้านเมืองที่เราเห็นได้คือ สองข้างทางแวดล้อมด้วยบ้านเรือนที่ถูกฉาบด้วยปูนสีส้มๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลกําหนดไว้ แต่คนท้องถิ่นจะเรียกว่า Pink City หรือ เมืองสีชมพู อาจกล่าวได้ว่ามาราเกช เป็นเมืองที่มีเสน่ห์ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก จึงได้สมญานามว่าเป็น A city of Drama นั่นคือมีความสวยงามดั่งเมืองในละครที่ไม่น่าเป็นชีวิตจริงได้

นําท่านชมมัสยิด คูตูเบีย (Koutoubia Mosque) ซึ่งเป็นมัสยิดใหญ่เก่าแก่ที่สุดในเมือง ไม่ว่า จะเดินไปแห่งใด ในตัวเมืองก็จะเห็นมัสยิดนี้ได้ หอขานละหมาดมีความสูง 226 ฟุต (หรือ 70 เมตร) จากนั้นนําท่านเยือน จัตุรัสกลางเมือง Djemaa Fnaa Square ที่มีขนาดใหญ่ รายล้อมไปด้วยอาคาร ร้านค้า ตลาด ทั้ง 4 ด้าน เดินเล่นถ่ายรูปความมีชีวิตชีวา ที่มีสีสันและกลิ่นอาย แบบโมรอคโคขนานแท้ พร้อมจับจ่ายหาซื้อของฝาก ของที่ระลึกพื้นเมืองต่างๆได้ที่ ตลาดเก่า (Old Market) ที่อยู่รายรอบจัตุรัสอย่างเพลิดเพลิน

ค่ำ

อาหารคํ่าที่ Fantasia (ท้องถิ่น) ท่านจะได้ตื่นตาตื่นใจกับความอลังการของสถานที่ และสีสันของชาวโมรอคกันที่ต้อนรับท่าน ด้วยอาหารและพร้อมชมการแสดงพื้นเมือง เข้าที่พัก โรงแรม SOFITEL, MARAKESH หรือเทียบเท่า


ทัวร์วันที่ 8 วันศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 : มาราเกช – คาซาบลังก้า

เช้า

อาหารเช้าในโรงแรม

นําท่านชมสวนจาร์แดง มาจอแรล (Jardin Majorelle) หรือ สวนอีฟแซงลอเร้นซ์ (Yves Saint Laurent Gardens) ชื่อนี้เป็นที่คุ้นเคยของสาวๆ ที่ชอบแฟชั่นสุดหรูของ Yves St. Laurent นักออกแบบแฟชั่นดีไซน์ แห่งปารีส ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้ออกแบบสวนแห่งนี้ ในช่วงที่โมรอคโคตกเป็นอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศส อีฟแซงลอเร้นซ์มาโมรอคโค เพื่อพักผ่อนหลังจากเคร่งเครียดจากงานออกแบบ แฟชั่นโชว์ บ้านหลังนี้เคยตกเป็นของเศรษฐีแห่ง มาราเกช หลังจากอีฟแซงมาเยือนมาราเกช ก็ได้เกิดความหลงใหลในเมืองแห่งนี้ และ ซื้อบ้านหลังนี้ไว้เป็นที่พักผ่อน ชมสวนที่ถูกออกแบบโดยใช้สีฟ้า และสีส้มเป็นองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นเสา แจกัน และชมนานาพรรณของต้นไม้แห่งทะเลทราย ที่จัดได้อย่างสวยงาม จากนั้นเดินทางไปเยี่ยมชม พระราชวังบาเฮีย (Bahia Palace) เป็นพระราชวังของท่านมหาอํามาตย์ ผู้สําเร็จราชการแผ่นดินแทนยุวกษัตริย์ในอดีต สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดย Si Moussa สถาปัตยกรรมออกเป็นแนวสมัยใหม่ โดยที่ตั้งใจจะให้เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และหรูหราที่สุดในสมัยนั้น แต่ด้วยความที่มีกา วางแผนก่อสร้างและตกแต่งอย่างเร่งรีบ จึงเป็นที่วิจารณ์กันว่ารายละเอียดหลายๆอย่างในพระราชวังแห่งนี้ยังไม่สมบูรณ์ลงตัว พระราชวังมีการตกแต่งโดยการแกะสลักปูนปั้น (Stucco) มีการวาดลายบนไม้ และประดับ ประดาด้วยโมเสกเป็นลวดลายที่สวยงามละเอียดอ่อนมาก

จากนั้นเดินทางต่อไปยัง สุสานแห่งราชวงศ์ซาเดียน (Saadian Tombs) เป็นที่ฝังพระศพของกษัตริย์และเหล่าเชื้อพระวงศ์ในสมัยราชวงศ์ซาเดียน สถานที่แห่งนี้ถูกทิ้งร้างมากกว่า 2 ศตวรรษ ภายหลังได้รับการบูรณะ และเปิดให้เข้าชมความงดงามของงานศิลปะแบบมัวริส (Moorish) แท้ๆ ความวิจิตรอลังการของห้องโถงภายใน เสาคอลัมน์หินอ่อนสีสวย ลวดลายงานปูนที่ประดับประดาบนผนังและเพดาน สวนสวยภายนอกที่สร้างขึ้นใหม่ โดยเขาว่าเป็นการทําตามแบบสวนสวรรค์ของพระอัลเลาะห์ (Allahs Paradise)

เที่ยง

อาหารกลางวันที่ภัตตาคาร (ท้องถิ่น)

บ่าย

เดินทางโดยรถโค้ชสู่เมืองคาซาบลังก้า (245 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชั่วโมง) เดินทางถึงเมืองคาซาบลังก้า นำสู่ย่านการค้า ห้าง Morocco Mall ตามสบายกับการช็อปปิ้งสินค้า

ค่ำ

อาหารค่ำที่ภัตตาคาร (ไทย) เข้าที่พัก โรงแรม MOVENPIC CASABLANCA หรือเทียบเท่า


ทัวร์วันที่ 9 วันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 : คาซาบลังก้า – ดูไบ

เช้า

อาหารเช้าในโรงแรม แล้วตามอัธยาศัย

11.00 น.

ออกเดินทางสู่สนามบินนานาชาติเมืองคาซาบลังก้า

14.00 น.

ออกเดินทางสู่สนามบินเมืองดูไบ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 752 (ใช้เวลาบิน 7.15 ชั่วโมง)


ทัวร์วันที่ 10 วันอาทิตย์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 : ดูไบ – ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

01.15 น.

(เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง) ถึงสนามบินเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะพักรอเปลี่ยนเที่ยวบิน

03.05 น.

ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 384 (ใช้เวลาบิน 6 ชั่วโมง)

12.05 น.

ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ ด้วยความสวัสดี


เงื่อนไขการจองทัวร์

วันเดินทาง             วันที่ 2 – 11 กุมภาพันธ์  2561

 

อัตราค่าบริการ        คณะเดินทาง 25 ท่าน                                   

ผู้ใหญ่ พักห้องคู่/ห้องสามท่าน  ท่านละ        89,900 .-บาท **ราคามาตรฐานไม่มีเริ่มต้นที่......**    

พักห้องเดี่ยว ชำระเพิ่ม ท่านละ                   12,000.-บาท     

เดินทางชั้นธุรกิจ ชำระเพิ่ม ขั้นต่ำ ท่านละ     89,000.- บาท

 

อัตรานี้รวม    - ค่าบัตรโดยสารเครื่องบิน กรุงเทพฯ-คาซาบลังก้า-กรุงเทพฯ ชั้นประหยัด (กรุ๊ป) ของสายการบิน

เอมิเรตส์ และค่าภาษีต่างๆ (โหลดกระเป๋าเดินทางได้ในน้ำหนัก ไม่เกิน 30 กก.)            

- ค่าธรรมเนียมวีซ่าราชอาณาจักรโมรอคโค

- ค่าโรงแรมที่พักระดับมาตรฐาน พร้อมอาหารเช้าในโรงแรม

- ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ

- ค่าพาหนะนำท่องเที่ยวทั้งหมดตลอดรายการ

- ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามที่ระบุในรายการ

-บริการน้ำดื่มบนรถ วันละ 2 ขวด

- ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, พนักงานขับรถตลอดการเดินทาง, คนขับรถ 4x4 D,ทิปคนจูงอูฐ

- ค่าบริการนำท่องเที่ยวตลอดรายการจากมัคคุเทศก์ของบริษัท สวัสดีฮอลิเดย์ จำกัด

- ค่าประกันอุบัติเหตุ และค่ารักษาพยาบาลระหว่างการเดินทาง (วงเงินประกันอุบัติเหตุสูงสุด  ท่านละไม่เกิน 3 ล้านบาท และวงเงินประกันสุขภาพสูงสุดกรณีเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาล ท่านละไม่เกิน 2 ล้านบาท)

 

อัตรานี้ไม่รวม - ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากที่ระบุไว้ เช่น ค่าเครื่องดื่มในมื้ออาหาร ค่าเครื่องดื่มในโรงแรม  ค่าโทรศัพท์ ค่าสัญญาณไวไฟ เป็นต้น

- ค่าใช้จ่ายสำหรับกระเป๋าเดินทางที่มีน้ำหนักหรือจำนวนใบเกินจากที่ทางสายการบินกำหนด

- ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบินในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา

 

หมายเหตุ     1.บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าชดเชยความเสียหายอันเกิดจากเหตุ                     สุดวิสัยที่ทางบริษัทฯไม่สามารถควบคุมได้เช่นการนัดหยุดงาน, จลาจล, การล่าช้าหรือยกเลิกของเที่ยวบิน

2.บริษัทฯสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมรายการท่องเที่ยว โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

3.บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

4. ไม่แจกกระเป๋าเล็ก และหมวก เพื่อให้ท่านเตรียมเองตามอัธยาศัย

แต่ทุกท่านต้องเตรียมกระเป๋าใบเล็กเพื่อใส่เสื้อผ้าสำหรับค้างคืนที่ทะเลทรายซาฮาร่า

         

 

ระเบียบการสำรองที่นั่ง

1. สำรองที่นั่ง พร้อมชำระเงินมัดจำ ท่านละ 40,000.- บาท โดยการโอนเงินเข้าบัญชี

          บริษัท สวัสดีฮอลิเดย์ จำกัด

          ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

          ออมทรัพย์ เลขที่ 034-435417-9

**จองพร้อมมัดจำก่อน เลือกที่นั่งบนรถได้ก่อนตามลำดับค่ะ**

 

    หากยังไม่ชำระค่ามัดจำ ถือว่าการจองนั้นๆ ยังไม่สมบูรณ์ บริษัทฯ สงวนสิทธิ์รับผู้ที่พร้อมชำระค่ามัดจำก่อน  ส่วนค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือ กำหนดชำระ 21 วันก่อนการเดินทาง

    กรุณาส่งใบโอนเงิน พร้อมสำเนาหนังสือเดินทางทุกท่าน มาที่แฟกซ์ 02-640-4338 หรืออีเมล sales.sawasdeeholidays@gmail.com หรือ LINE ID : saleswd

2. กรณีไม่สามารถเดินทางได้ด้วยประการใดๆ ก็ตาม กรุณาแจ้งให้ทางบริษัทฯ ทราบล่วงหน้า   

    เมื่อมัดจำแล้ว หากยกเลิกการเดินทาง จะไม่มีการคืนค่ามัดจำ ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

3. ทางบริษัทฯ ขออภัยที่ไม่สามารถรับการชำระค่าทัวร์ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

   3.1 เช็คต่างจังหวัด3.2 ธนาณัติ   3.3 บัตรเครดิต

4. เมื่อท่านสำรองที่นั่งในทัวร์เรียบร้อยแล้ว    ในกรณีที่ท่านไม่สามารถรับประทานอาหารบางประเภท หรือถือศีลมังสวิรัติ กรุณาแจ้งให้แผนกขายทราบล่วงหน้า 7 วันก่อนการเดินทาง

5. หากท่านติดธุระหรือไม่สามารถยื่นเอกสารพร้อมคณะเดินทางได้ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยื่นวีซ่ากรุ๊ป และท่านจะต้องไปดำเนินการยื่นวีซ่าเดี่ยวด้วยตัวท่านเองที่สถานทูตนั้นๆ หรือที่บริษัทตัวแทนรับยื่นวีซ่า  ตามระเบียบที่สถานทูตกำหนด โดยที่ทางบริษัทฯ จะจัดเตรียมเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้กับท่าน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระเบียบของแต่ละสถานทูตนั้นๆ ด้วย

6. การชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ ทางบริษัทฯ จะเรียกเก็บก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 21 วัน ท่านควรจัดเตรียมค่าทัวร์ให้เรียบร้อยก่อนกำหนด เนื่องจากทางบริษัทฯ ต้องสำรองค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าโรงแรมที่พัก และค่าบัตรโดยสารเครื่องบิน มิฉะนั้นจะถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ

7. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด กรณีท่านยกเลิกการเดินทาง และมีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจำนวนที่บริษัทฯ กำหนดไว้ เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อบริษัท และผู้เดินทางอื่นที่เดินทางในคณะเดียวกัน ซึ่งบริษัทต้องนำไปชำระคำเสียหายต่างๆ ที่เกิดจากการยกเลิกของท่าน

8. กรณีท่านเจ็บป่วย ทำให้ไม่สามารถเดินทางได้ ท่านจะต้องนำใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลมาแสดง เพื่อที่ทางบริษัทจะได้ทำการเลื่อนการเดินทางของท่านไปยังคณะต่อไป แต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายไม่สามารถเรียกคืนได้ เช่น ค่าโรงแรมที่พัก และค่าอาหารในวันแรกของรายการทัวร์ ค่าธรรมเนียมในการมัดจำบัตรโดยสารเครื่องบิน ค่าธรรมเนียมวีซ่าตามที่สถานทูตฯ เรียกเก็บในกรณีที่ไม่สามารถเดินทางได้

9. กรณียื่นวีซ่าแล้วไม่ได้รับการอนุมัติวีซ่าจากทางสถานทูต (วีซ่าไม่ผ่าน) และท่านได้ชำระค่าทัวร์หรือมัดจำมาแล้ว ทางบริษัทฯ จะคืนคำทัวร์หรือมัดจำให้ แต่ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักค่าบริการยื่นวีซ่า, ค่าวีซ่า และค่าใช้จ่ายบางส่วนที่เกิดขึ้นจริงเป็นกรณีไป (เช่น กรณีออกบัตรโดยสารเครื่องบินไปแล้ว หรือได้ชำระค่าบริการในส่วนของทางต่างประเทศไปแล้ว เชjน โรงแรม บัตรโดยสารรถไฟ ฯลฯ) ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักเก็บคำใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นแล้วกับท่านเป็นกรณีไป

10. กรณีวีซ่าผ่านแล้วแจ้งยกเลิกก่อนหรือหลังออกบัตรโดยสารเครื่องบิน บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด

11. กรณีผู้เดินทางไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ ไม่ว่าประเทศใดๆ ก็ตาม เนื่องจากเอกสารปลอม หรือการปฏิเสธของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ไม่ว่าเหตุผลใดๆ ก็ตาม ทางบริษัทของสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด และไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นตามมาใดๆ ทั้งสิ้น

 

 

 

เอกสารประกอบการขอวีซ่าโมรอคโค
ใช้เวลาทำการอนุมัติวีซ่าประมาณ 10 วันทำการ
***ไม่ต้องมาแสดงตนที่สถานทูตในวันยื่นวีซ่า***
เอกสารที่ออกจากทางราชการและทางธนาคารขอเป็นตัวจริง 1 ชุด และสำเนา 1 ชุด                                      ในระหว่างยื่นวีซ่าเข้าสถานทูตแล้ว ไม่สามารถดึงเล่มออกมาก่อนได้

**จะยื่นวีซ่าประมาณวันที่ 10 มกราคม 2561 หลังปีใหม่เตรียมเอกสารไว้ได้เลยค่ะ**

 

1. หนังสือเดินทางประเทศไทย (Thailand Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้า อายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากวันเดินทางกลับ และหนังสือเดินทางจะต้องไม่ชำรุด (หนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย) 
***ในกรณีที่ถือพาสปอร์ต สัญชาติไทย แต่พำนักอยู่ต่างประเทศ, ทำงานอยู่ต่างประเทศ หรือนักเรียน นักศึกษาศึกษาอยู่ต่างประเทศ กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่ของทางบริษัทให้ทราบทันที เพราะการยื่นขอวีซ่าจะมีเงื่อนไข และ ข้อกำหนดของทางสถานทูตต้องการเพิ่มเติม และ บางสถานทูตอาจไม่สามารถยื่นขอวีซ่าในประเทศไทยได้ ข้อกำหนดนี้รวมไปถึงผู้เดินทางที่ถือพาสปอร์ตต่างชาติด้วย***

2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (พื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไม่เกิน 6 เดือนห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ ไม่ใส่คอนแทคเลนส์ รูปไม่เลอะหมึก ห้ามสวมเสื้อสีขาวและสีอ่อนในการถ่ายรูป)

3. หลักฐานการเงิน 
3.1 หนังสือรับรองสถานะทางการเงิน BANK CERTIFICATE ที่ออกจากทางธนาคาร (ต้องสะกดชื่อให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต ต้องมีตราประทับ และลายเซ็นจากธนาคาร) กรุณายื่นขอจาก ธนาคารล่วงหน้า เวลาดำเนินงานประมาณ 3 วัน และใช้ยื่นได้ไม่เกิน 20 วันหลังจากธนาคารออกให้ 
3.2 กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง (บุคคลที่สามารถรับรองค่าใช้จ่ายได้ ต้องเป็น พ่อ แม่ พี่น้อง ที่มีสายเลือดเดียวกัน หรือ สามีภรรยา เท่านั้น) 
3.2.1. ต้องทำเป็นหนังสือรับรองค่าใช้จ่ายในการเดินทาง (Sponsor Letter) 
3.2.2. ต้องทำ BANK GUARANTEE ที่ออกจากทางธนาคารเท่านั้น ฉบับภาษาอังกฤษ โดยระบุชื่อเจ้าของบัญชี (บุคคลที่ออกค่าใช้จ่าย) ต้องสะกดชื่อ – สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต และบุคคลที่เจ้าของบัญชีออกค่าใช้จ่ายให้ (ผู้เดินทาง) ต้องสะกดชื่อ – สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต กรุณายื่นขอจาก ธนาคาร่ลวงหน้า โดยใช้เวลาดำเนินงานประมาณ 3 วัน และใช้ยื่นได้ไม่เกิน 20 วัน หลังจากธนาคารออกให้ 
**สถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีติดลบ บัญชีฝากประจำ บัญชีกระแสรายวัน บัญชีออมทรัพย์ พันธบัตร ตราสารหนี้ กองทุน และสลากออมสิน**

4. หลักฐานการทำงาน 
- หลักฐานการทำงานที่ระบุตำแหน่ง ระยะเวลาการทำงาน ระยะเวลาการเดินทางในโมรอคโค และเงินเดือน (เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น) กรณีเป็นเจ้าของกิจการบริษัทฯ ให้ยื่นหนังสือจดทะเบียนบริษัทฯพร้อมคำแปลเป็นภาษาอังกฤษ
- นักเรียนหรือนักศึกษา ใช้หนังสือรับรองการเรียนที่ออกจากสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ 
(ขอเป็นภาษาอังกฤษมีอายุ 1 เดือน ชื่อ-สกุลต้องตรงตามหน้าพาสปอร์ต)ใช้คำว่า “TO WHOM IT MAY CONCERN” แทนชื่อสถานทูตที่ยื่น)

5. เอกสารส่วนตัว
- สำเนาบัตรประชาชนพร้อมคำแปลภาษาอังกฤษโดยเฉพาะในส่วนของชื่อและที่อยู่
***ห้ามขีดคร่อม ขีดทับ และไม่ต้องเซ็นสำเนาถูกต้องทุกกรณี***                                                                   - สำเนาทะเบียนบ้าน

6. ท่านห้ามเซ็น รับรองสำเนาถูกต้องเด็ดขาด ให้ท่านเซ็นเฉพาะ แบบฟอร์มใบคำร้องขอวีซ่าเท่านั้น หากไม่ได้เซ็นในแบบฟอร์มมา ท่านอาจจะต้องไปโชว์ตัวที่สถานทูตด้วยตนเอง

Recommend

พักผ่อนเมืองตากอากาศพัทยา

พักผ่อนเมืองตากอากาศพัทยา

นำพักผ่อนเมืองตากอากาศพัทยา

โอกาสทองช่วงปลอดนักท่องเที่ยวต่างประเทศ

ย่ำหาดทรายขาว น้ำทะเลใสที่ เกาะล้าน

3 วัน – 2 คืน




พักหาดพัทยา 2 คืน

ชมสวนองุ่นผลิตไวน์  Silver Lake Valley

ที่แวดล้อมด้วยทัศนียภาพที่สวยงาม

เขาชีจรรย์ ตลาดน้ำไทย 4 ภาค

พระเจดีย์กลางน้ำ วัดหงษ์ทอง

เดินทาง : 28/08/2020 - 30/08/2020

นำท่องเที่ยวกรุงเทพ 1 วัน

นำท่องเที่ยวกรุงเทพ 1 วัน

ในวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2563
หรือ วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2563


"เที่ยวชมมรดกไทยอย่างมั่นใจ และปลอดภัย"



วัดพระศรีรัตนศาสดาราม – พระบรมมหาราชวัง 

วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร 

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร – ชุมชนกุฎีจีน


ชมความวิจิตรของศิลปสถาปัตยกรรมอันล้ำค่าที่บูรพมหากษัตริยาธิราชทรงรังสรรค์ไว้
ให้เป็นมรดกชาติ ที่พระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม  
นมัสการพระปรางค์วัดอรุณ สัญลักษณ์ของกรุงเทพมหานคร
เสริมความเป็นสิริมงคลด้วยการบูชา ซำปอกง แห่งวัดกัลยาณ์ 
แล้วย้อนยุคสู่บรรยากาศกรุงธนบุรี วิถีชีวิตอันผสมผสานด้านวัฒนธรรม ไทย จีน ฝรั่ง
ลิ้มรสขนมฝรั่งอันหอมหวล อบอวลชวนคำนึงถึงอดีตอันนานโพ้น 
อำลากันในยามเย็นด้วยความประทับใจ และอิ่มเอมด้วยสาระ 
ทำให้วันหยุดสุดสัปดาห์ของท่านเต็มไปด้วยคุณค่า


นำท่องสวิตเซอร์แลนด์ดินแดนในฝัน 10 วัน

นำท่องสวิตเซอร์แลนด์ดินแดนในฝัน 10 วัน

นำท่องสวิตเซอร์แลนด์

ดิ น แ ด น ใ น ฝั น  1 0  วั น

เดินทางวันที่ 10 – 19 เมษายน 2563

**วันหยุดสงกรานต์**

 



โดยสายการบินกาต้าร์แอร์เวย์(QR)

สายการบินที่ชนะรางวัล 5 ดาวจาก Skytrax ถึง 5 ปี

สะสมไมล์ได้ในเครือ One World


ซูริคZurich ชาฟท์เฮาเซ่นShaffhausen น้ำตกไรน์ Rhine Fallsสไตน์ อัม ไรน์Stein am Rhine

เวกกี้สWeggis ลูเซิร์นLuzern ล่องเรือทะเลสาบVierwaldstatterseeวิทซ์เนาVitznau

ยอดเขา RiGi Kulm เวงเง็นWengen จุงเฟราจ็อค Jungfraujochเซอร์แมทZermatt

เขา Gornergratและแมตเตอร์ฮอร์น Matterhorn   มองเทรอซ์Montreux หมู่บ้านจีสต๊าดGstadd

หมู่บ้านเลาเตอร์บรุนเน่น Lauterbaunnen หมู่บ้านเมอร์เรนMurren ซูริคZurich

ยุโรปทิวลิป 3 ประเทศ : เยอรมนี – เบลเยี่ยม – เนเธอร์แลนด์

ยุโรปทิวลิป 3 ประเทศ : เยอรมนี – เบลเยี่ยม – เนเธอร์แลนด์

นำเที่ยวยุโรปทิวลิป 3 ประเทศ 

เยอรมนี

เบลเยี่ยม

เนเธอร์แลนด์




แฟรงค์เฟิร์ต – ล่องเรือแม่น้ำไรน์ – โคโลญจน์ – อาเค่น

บรัสเซลส์ – เก้นท์ – บรูจจ์ – อันทเวิร์ป – อัมสเตอร์ดัม

หมู่บ้านกีธูร์น – หมู่บ้านกังหันลมซานส์ชานซ์ – สวนดอกไม้เคอเคนฮอฟ


โดยสายการบินกาต้าร์แอร์เวย์ (QR)

สายการบินที่ชนะรางวัล 5 ดาวจากSkytrax ถึง 5 ปี

สะสมไมล์ได้ในเครือ One World



Back to Top