Home > Tour Destination > นำท่องเที่ยวกรุงเทพ 1 วัน

นำท่องเที่ยวกรุงเทพ 1 วัน

รายละเอียด

ในวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2563
หรือ วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2563


"เที่ยวชมมรดกไทยอย่างมั่นใจ และปลอดภัย"



วัดพระศรีรัตนศาสดาราม – พระบรมมหาราชวัง 

วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร 

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร – ชุมชนกุฎีจีน


ชมความวิจิตรของศิลปสถาปัตยกรรมอันล้ำค่าที่บูรพมหากษัตริยาธิราชทรงรังสรรค์ไว้
ให้เป็นมรดกชาติ ที่พระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม  
นมัสการพระปรางค์วัดอรุณ สัญลักษณ์ของกรุงเทพมหานคร
เสริมความเป็นสิริมงคลด้วยการบูชา ซำปอกง แห่งวัดกัลยาณ์ 
แล้วย้อนยุคสู่บรรยากาศกรุงธนบุรี วิถีชีวิตอันผสมผสานด้านวัฒนธรรม ไทย จีน ฝรั่ง
ลิ้มรสขนมฝรั่งอันหอมหวล อบอวลชวนคำนึงถึงอดีตอันนานโพ้น 
อำลากันในยามเย็นด้วยความประทับใจ และอิ่มเอมด้วยสาระ 
ทำให้วันหยุดสุดสัปดาห์ของท่านเต็มไปด้วยคุณค่า


รายละเอียดทัวร์

ทัวร์วันที่ 1 วันอาทิตย์ 2 สิงหาคม หรือ วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2563

09.00 น.

เจ้าหน้าที่ของ สวัสดีฮอลิเดย์ คอยตอนรับและอำนวยความสะดวกให้ทุกท่าน ณ ประตูทางเข้ากรมศิลปากร ถนนหน้าพระธาตุ (ฝั่งตรงข้ามประตูวิเศษไชยศรี, พระบรมมหาราชวัง)

นำเข้าชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) ชมภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ซึ่งจัด เป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังต่อเนื่องที่ยาวที่สุดในโลก นำท่านชมยักษ์ทวารบาลพระอุโบสถซึ่งประดับตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง ชื่นชมงานศิลปะและสถาปัตยกรรมอันวิจิตรบนฐานไพที ซึ่งประกอบด้วยพระศรีรัตนเจดีย์, พระมณฑป, ปราสาทพระเทพบิดร, พนมหมาก, เจดีย์ทอง, บุษบก ประดิษฐานพระราชลัญจกรเก้ารัชกาล, นครวัดจำลอง และ รูปหล่อสัตว์ในหิมพานต์ ชมวิหารยอด หอพระนาค หอพระธรรมมณเฑียร มหาอัษฎางคเจดีย์ หอพระคันธารราฐ

นมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) ชมหอระฆัง จากนั้นนำชมพระบรมมหาราชวัง ผ่านชมด้านหน้าของหมู่พระมหามณเฑียรประกอบไปด้วยอาคาร 7 หลัง ได้แก่ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน, พระที่นั่งไพศาลทักษิณและ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหสูรยพิมาน เป็นต้น ผ่านชมพระที่นั่งดุสิตาภิรมย์ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท, พระที่นั่งกรัณยสภา พระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกขปราสาท และพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ซึ่งเป็นพระที่นั่งองค์แรกในเขตพระบรมมหาราชวัง สร้างแต่ครั้งรัชกาลที่ 1 (ใช้เวลาเข้าชมประมาณ 3 ชม.)

เที่ยง

อาหารกลางวันที่ภัตตาคารครัวคุณกุ้ง (อาหารจานเดี่ยว ซุป และของหวานหรือผลไม้)

บ่าย

จากนั้นนำเดินทางโดยเรือข้ามฟากสู่วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร หรือ วัดแจ้ง (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที) เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตกเหนือพระราชวังเดิม วัดนี้มีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดมะกอก เมื่อ พ.ศ. 2310 สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี เสด็จโดยชลมารคจากกรุงศรีอยุธยามารุ่งเช้าที่หน้าวัดมะกอก จึงโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์ แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “วัดแจ้ง” ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 2 ครั้งยังทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร ได้ทรงปฏิสังขรณ์และพระราชทานพระนามใหม่ว่า “วัดอรุณราชธาราม” และได้กลายมาเป็นวัดประจำรัชกาลด้วย จากนั้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้ทรงปฏิสังขรณ์เพิ่มเติมและเปลี่ยนนามวัดเป็น “วัดอรุณราชวราราม” จุดเด่นที่สุดของวัด ก็คือ “พระปรางค์” ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่หน้าวัดทางทิศใต้ เดิมมีความสูง 8 วา แต่ได้รับการก่อเสริมให้สูง 33 วาเศษในสมัยรัชกาลที่ 3 เพื่อให้สมกับเป็น พระมหาธาตุประจำกรุงรัตนโกสินทร์ ยอดพระปรางค์เป็นนภศูล มีมงกุฎปิดทอง ภายในพระอุโบสถ พระพุทธอาสน์ของพระประธานเป็นสถานที่บรรจุพระบรมอัฐิของรัชกาลที่ 2 นอกจากนี้ยังมียักษ์ปูนปั้นขนาดใหญ่ 2 ตนตั้งอยู่หน้าประตูซุ้มยอดพระมงกุฎซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่า “ยักษ์วัดแจ้ง”อีกด้วย (ใช้เวลานำชมประมาณ 1 ชม.)

จากนั้นนำเดินทางโดยเรือโดยสารสู่ วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที) เป็นพระอารามหลวงชั้นโท แต่เดิมนั้นบริเวณนี้เรียกว่า หมู่บ้านกุฎีจีน โดยเจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร) ได้อุทิศบ้านและที่ดินสร้างขึ้นเป็นวัด ในสมัยรัชกาลที่ 3 แล้วถวายเป็นพระอารามหลวงได้รับพระราชทานนามว่า “วัดกัลยาณมิตร” พร้อมกับทรงสร้างพระวิหารหลวงและพระประธานตามลำดับ ต่อมาได้รับพระราชทานนามจากรัชกาลที่ 4 ว่า “พระพุทธไตรรัตนนายก” ซึ่งเป็นที่นิยมนับถืออย่างยิ่งสำหรับชาวไทยเชื้อสายจีน มีชื่อเรียกตามแบบจีนว่า “ซำปอฮุดกง” หรือ ซำปอกง นอกจากนี้ยังมีพอพระธรรมมณเฑียรเถลิงพระเกียรติ ซึ่งรัชกาลที่ ๔ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2408 เพื่อเป็นสถานที่เก็บพระไตรปิฎกและพระคัมภีร์ต่างๆ (ใช้เวลานำชมประมาณ 1 ชม.)

นำเดินทางสู่ชุมชนกุฎีจีนด้วยเส้นทางเดินเท้าเลียบฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาให้ท่านได้ชมทัศนียภาพ ริมฝั่งแม่น้ำระหว่างเดินทางสู่ชุมชนเก่าแก่แห่งนี้ ซึ่งเป็นชุมชนของชาวไทยเชื้อสายโปรตุเกส ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี ร่องรอยทางประวัติศาสตร์ของชุมชนแห่งนี้ แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตและเรื่องราวอันน่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะสัมพันธภาพภายใต้ความแตกต่างของเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรมในชุมชนที่ประกอบไปด้วยชาวจีน อินเดีย และยุโรป ที่อยู่ร่วมกันอย่างปรองดองเป็นเวลานานกว่า 200 ปี

นำชมศาลเจ้าเกียนอันเกง หรือ ศาลเจ้าแม่กวนอิม เป็นศาลเจ้าจีนเก่าแก่ของชุมชนกุฎีจีน ตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ระหว่างวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร และวัดซางตาครู้ส ศาลเจ้านี้ได้สร้างขึ้นในปีใดไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่กล่าวกันว่าชาวจีนฮกเกี้ยนที่ตามเสด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเป็นผู้สร้างขึ้น ศาลเจ้าแห่งนี้ มีสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในที่ผสมผสานระหว่างการใช้กระเบื้องโค้งและวิธีมุงหลังคาแบบจีนแท้ ๆ นอกจากนี้ยังคงเหลือร่องรอยของศิลปะปูนปั้นอันงดงาม ที่สำคัญแม้จะได้ชื่อว่าเป็นศาลเจ้าจีน แต่ศาลเจ้าเกียนอันเกงยังคงสภาพความเก่าแก่ ปราศจากการทาสีตกแต่งจนจัดจ้าน และมีบรรยากาศอันเงียบสงบร่มรื่น หาได้ยากยิ่งในย่านเมืองกรุง นอกจากนี้ศาลเจ้าเกียนอันเกงยังเคยได้รับรางวัลอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภทปูชนียสถานและวัดวาอาราม ในปี 2551 อีกด้วย (ใช้เวลานำชมประมาณ 30 นาที)

จากนั้นนำเดินสู่โบสถ์ซางตาครูซ เป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ เจ้าพระยา ในซอยกุฎีจีน อาคารวัดแห่งนี้เป็นอาคารหลังที่สามซึ่งสร้างขึ้นเพื่อทดแทน อาคารวัดหลังเดิมที่คับแคบและชำรุดทรุดโทรมมาก เป็นศาสนสถานสำคัญที่ยืนหยัดอยู่ คู่ชุมชมกุฎีจีนมา ยาวนานกว่า 100 ปี คำว่า “ซางตาครูซ” เป็นภาษาโปรตุเกสแปลว่า “กางเขนศักดิ์สิทธิ์” ตัว อาคารของโบสถ์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิกและ เรอแนสซองส์ มีลักษณะโดดเด่นคือหอระฆัง ทรงแปดเหลี่ยมประดับด้วยไม้กางเขนบนยอดตัวอาคารก่ออิฐประดับลายปูนปั้น ส่วนล่าง เป็นห้องโถงประกอบด้วยซุ้มโค้งที่สอดรับกัน ตกแต่งด้วยกระจกสีที่ถ่ายทอดเรื่องราว จากพระคัมภีร์ (ใช้เวลานำชมประมาณ 30 นาที)

จากนั้นนำเดินเข้าสู่บริเวณ "ชุมชนกุฎีจีน" จะมีตรอกซอกซอยมากมายให้ได้เดิน สำรวจ พร้อมลวดลายภาพวาดกราฟฟิตี้บนผนังที่มีให้เห็นอยู่ตลอดทาง นอกจากนี้ ระหว่างทางท่านจะได้เห็น บ้านไม้เก่าสุดคลาสสิกมากมายอายุกว่าหลายร้อยปีเรียงราย อยู่ในชุมชน

นำเข้าชม "พิพิธภัณฑ์บ้านกุฎีจีน" พิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวบรวมความเป็นมาอันเก่าแก่ของ ชุมชนชาวสยาม-โปรตุเกส ตั้งแต่สมัยอยุธยาถึงปัจจุบัน และเป็นแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี ภาษา ศาสนา และรากเหง้าของชาวชุมชนกุฎีจีน พิพิธภัณฑ์ แห่งนี้จัดสร้างโดยเจ้าของบ้านที่เป็นลูกหลานชาวโปรตุเกสและชาวชุมชนกุฎีจีนดั้งเดิม (บริการเครื่องดื่ม 1 แก้ว และขนมฝรั่ง 1 ชิ้น ต่อท่าน ณ พิพิธภัณฑ์บ้านกุฎีจีน) ก่อนนำเดินทางกลับ ผ่านชมโรงงานทำ “ขนมฝรั่งกุฎีจีน” ซึ่งเป็นขนมลูกผสมระหว่าง จีน กับฝรั่ง รสชาติ คล้ายขนมไข่ ตัวขนมนั้นเป็นตำรับขนมโปตุเกส มีส่วนผสมของ แป้งสาลี ไข่เป็ด และน้ำตาล ที่ผสมให้เข้ากันแล้วนำไปอบในเตาถ่าน ส่วนหน้าของขนม มีลูกเกด ลูกพลับ ฟักเชื่อม และน้ำตาลทราย สไตล์จีน ถือเป็นขนมโบราณที่หาทานได้ ยากและ ยังคงกรรมวิธีแบบดั้งเดิมในการผลิต โดยในบริเวณชุมชนมียังมีโรงงานขนม ชนิดนี้ เหลืออยู่เพียง 3 แห่งเท่านั้น

สมควรแก่เวลา นำเดินทางกลับสู่ท่าเรือวัดกัลยาณมิตรเพื่อโดยสารเรือข้ามฟากสู่ท่าเรือ ท่าเรืออัษฎางค์ (ปากคลองตลาด) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที) และนำเดินสู่ ท่าเรือราชินีเพื่อเดินทางกลับสู่ท่าเรือท่าช้าง (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาที) และนำเดินกลับสู่ลานจอดรถราชนาวีสโมสรด้วยความสวัสดี


เงื่อนไขการจองทัวร์

อัตราค่าบริการ ท่านละ 799 บาท


อัตรานี้รวม 
- ค่าอาหารกลางวัน เครื่องดื่ม และขนม ช่วงบ่าย ตามที่ระบุในรายการ 
- ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามที่ระบุในรายการ (ทั้งหมด 6 สถานที่)
- ค่าบริการนำเที่ยวตลอดรายการจากมัคคุเทศก์บริษัท สวัสดีฮอลิเดย์ จำกัด 
- ค่าบริการเรือโดยสารและเรือข้ามฟากตามรายการ
- ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง 
  (วงเงินประกันชีวิต สูงสุดไม่เกินท่านละ 1,000,000 บาท)


อัตรานี้ไม่รวม  
- ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% 
- ค่าพาหนะส่วนตัวในการเดินทางและค่าบริการที่จอดรถ
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวระหว่างการเดินทางนอกเหนือจากที่ระบุไว้ เช่น ค่าเครื่องดื่มระหว่าง   
   เยี่ยมชม อาหารที่ไม่ได้ระบุในรายการ เป็นต้น


ิติดต่อสอบถามเพิ่มเติม และสำรองที่นั่งได้ที่
1. โทร. 083-541-8307
2. Line ID: saleswd
3. Email: sales.sawasdeeholidays@gmail.com
หมายเหตุ: ลูกค้าและท่านผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมกิจกรรม สามารถจอดรถได้ที่ราชนาวีสโมสร ค่าบริการจอดรถชั่วโมงละ 30 บาท หรือ จอดเกิน 8 ชม. ขึ้นไป เหมาจ่าย 150 บาท ถ้าหากท่านเดินทางด้วยรถแท็กซี่   จะได้รับความสะดวกมากที่สุดหลังจากจบรายการแล้ว

ในส่วนของการแต่งกายเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมนั้น เนื่องจากในรายการจะมีการเข้าเยี่ยมชมพระบรมมหาราชวัง ดังนั้นจึงขอความร่วมมือในกาแต่งกายให้เป็นไปตามระเบียบของพระบรมมหาราชวังดังนี้:

การเข้าวัดพระแก้ว ซึ่งเป็นเขตพระราชฐานทั้งยังเป็นสถานที่สำคัญยิ่งของชาติ    จึงต้องแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย เพื่อแสดงความเคารพต่อสถานที่ อีกทั้งควรปฏิบัติตามกฎระเบียบของวัด ได้แก่ ห้ามสวมเสื้อแขนกุด  สายเดี่ยว หรือเสื้อที่เปิดไหล่ทุกชนิด, ห้ามสวมใส่กางเกงขาสั้น กางเกงสามส่วน กางเกนยีนส์ขาด ๆ ส่วนกระโปรงก็ไม่สั้นจนเกินไป ทางที่ดีควรเลยหัวเข่าลงมา ส่วนรองเท้าก็ควรเป็นรองเท้าสุภาพ

การแต่งกายที่เหมาะสมเมื่อเข้าชมพระบรมมหาราชวัง  โปรดแต่งกายสุภาพ
1. ห้ามใส่กางเกงขาสั้น, กระโปรงสั้น,เสื้อรัดรูป
2. ห้ามใส่เสื้อผ้า, กางเกง, กระโปรงที่บางจนเกินไป
3. ห้ามใส่เสื้อกล้าม, เสื้อแขนกุด, รองเท้าแตะที่ไม่มีสายรัดข้อเท้า
4. ห้ามเอาชายเสื้อออกนอกกางเกง              

Recommend

เกาะหลีเป๊ะ 3 วัน 2 คืน

เกาะหลีเป๊ะ 3 วัน 2 คืน

สวัสดีฮอลิเดย์
ร่วมกับ
Bright & Beautiful 93.5 FM
โดย DJ สุพจน์ ผจญยุทธ
 
นำท่องเที่ยวเกาะหลีเป๊ะ 3 วัน 2 คืน
เดินทางวันที่ 10 – 12 พฤษภาคม 2564

เกาะตะรุเตา
เกาะไข่
เกาะหินงาม
หาดทรายขาวเกาะราวี
เกาะอาดัง
ร่องน้ำจาบัง
ดำน้ำตื้น ชมหมู่ปลา ปะการังสวยงาม
(พร้อมอุปกรณ์ดำน้ำตื้นและชูชีพ ไกด์เรือคอยอำนวยความสะดวกและถ่ายภาพใต้น้ำ)
ท่องเที่ยวในวันธรรมดา นักท่องเที่ยวไม่มาก ถ่ายรูปสบายๆ อย่างเต็มที่
พักผ่อนอย่างมีความสุข สบายๆ ที่...
Ananya Lipe Resort ห้องพัก Deluxe Pool Access เปิดประตูห้องก็ถึงสระว่ายน้ำ
ท่องเที่ยวอย่างมีความสุข สัมผัสประสบการณ์อันน่าประทับใจ กับทัวร์ดี ทัวร์คุณภาพ

เดินทาง : 10/05/2021 - 12/05/2021

ทัวร์อีสานเหนือ ทุ่งบัวแดง

ทัวร์อีสานเหนือ ทุ่งบัวแดง

นครราชสีมา - ขอนแก่น - อุดรธานี

หนองคาย -  บึงกาฬ - กาฬสินธุ์ - ร้อยเอ็ด

เดินทางวันที่ 27 - 30 มีนาคม 2564


"SAWASDEE Culture & Leisure"



happy ชมหอโหวด Sky Walk

happy พิพิธภัณฑ์สิรินธร

happy ชมผ้าไหมแพรวา 

happy สะดือแม่น้ำโขง

happy ชมพระอาทิตย์ขึ่นที่หินสามวาฬ

happy ลานพญานาคคู่ ริมแม่น้ำโขง

happy UNSEEN แห่งใหม่ ทุ่งบัวแดง

ลพบุรี – ศรีเทพ – เขาค้อ 3 วัน 2 คืน

ลพบุรี – ศรีเทพ – เขาค้อ 3 วัน 2 คืน

ลพบุรี – ศรีเทพ – เขาค้อ 

3 วัน 2 คืน

เดินทางวันที่ 5 – 7 กุมภาพันธ์ 2564


"SAWASDEE Culture & Leisure"



วัดพระศรีรัตนมหาธาตุลพบุรี ต้นแบบของปรางค์ประธานที่สร้างขึ้น

เมื่อก่อตั้งราชธานีกรุงศรีอยุธยา

พระปรางค์สามยอด วัฒนธรรมขอมเรียกว่าศิลปะขอมในประเทศไทย

พระราชวังนารายณ์ราชนิเวศน์ พระราชวังโบราณสมัยกรุงศรีอยุธยา

ที่แสดงถึงความรุ่งเรืองสูงสุดสมัยหนึ่งของเมืองละโว้

บ้านเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ บ้านหลวงรับราชทูตในสมัยสมเด็จพระนารายณ์

อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพที่ได้รับอิทธิพลทางศิลปวัฒนธรรมจาก

อาณาจักรข้างเคียงมาผสมผสาน

สูดอากาศบริสุทธิ์ที่อ.เขาค้อ จ. เพชรบูรณ์

วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว รายล้อมด้วยทิวเขาสูงสลับซับซ้อน

นมัสการองค์พระพุทธรูปสีขาวที่ประดิษฐานเรียงกัน 5 องค์

ทุ่งกังหันลม แหล่งผลิตพลังงานสะอาดที่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สนใจ

เนื่องจากความสวยงามของพื้นที่ วิวทิวทัศน์โดยรอบ

กำแพงเพชร – สุโขทัย – ศรีสัชนาลัย – พิษณุโลก

กำแพงเพชร – สุโขทัย – ศรีสัชนาลัย – พิษณุโลก

กำแพงเพชร – สุโขทัย – ศรีสัชนาลัย – พิษณุโลก

 "โดยมัคคุเทศก์บัณฑิตโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร"

เดินทางวันที่ 13 - 15 มีนาคม 2564



เส้นทางสายมรดกโลก . . . นำชมสุโขทัยอดีตราชธานีแห่งแรกของชนชาติไทย

และเมืองลูกหลวงทั้ง 3 แห่ง

 

ชมเมืองเก่ากำแพงเพชรอดีตเมืองลูกหลวงทางด้านทิศใต้สมัยสุโขทัย

และเมืองหน้าด่านทางทิศเหนือที่สำคัญสุดในสมัยอยุธยา

ชมวัดมหาธาตุกลางเมืองเก่ากำแพงเพชรเชื่อกันว่าเคยประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์

ก่อนอัญเชิญไปที่อื่น และชมวัดในเขตอรัญญิกที่วัดพระสี่อิริยาบถและวัดช้างรอบ

ชมอดีตราชธานีสุโขทัยอันรุ่งเรืองตามชื่อ “สุโขทัย”

ชมวัดมหาธาตุสุโขทัยตั้งอยู่กลางเมืองเก่าประกอบด้วยเจดีย์มากมาย

ชมเนินพระราชวังสมัยสุโขทัย

ชมวัดศรีชุมวัดที่มีพระพุทธรูปศิลปะแบบสุโขทัยขนาดใหญ่ประดิษฐานในมณฑปผังรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส

วัดพระพายหลวงที่มีเจดีย์สามหลังแถวหน้ากระดานซึ่งยังคงปรากฏร่องรอยปราสาทแบบขอมในเห็น

ชมวัดศรีสวายร่องรอยของสถาปัตยกรรมอิทธิพลศิลปะขอมและวัดตระพังเงินวัดในเขตเมืองเก่า

นำเข้าชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติรามคำแหง

สถานที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุที่พบในเขตสุโขทัยและข้างเคียง

ชมเมืองเก่าศรีสัชนาลัย อดีตเมืองลูกหลวงทางทิศเหนือสมัยสุโขทัย

ตั้งอยู่ริมแม่น้ำยมตรงแก่งหลวงมีชัยภูมิที่สำคัญ

นำชมวัดช้างล้อมกลางเมืองเก่าเชื่อกันว่าสร้างในสมัยพ่อขุนรามคำแหง

วัดเจดีย์เจ็ดแถวมีแนวแถวเจดีย์มากมายแสดงศิลปะสุโขทัยและอิทธิพลศิลปะจากประเทศใกล้เคียง

ชมวัดนางพญาที่ลายปูนปั้นงดงามแบบอยุธยา

ชมวัดพระศรีรัตนมหาธาตุเมืองเชลียงที่มีเจดีย์ทรงปรางค์แบบอยุธยาขึ้นตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของไทย ภายในวัดมีพระพุทธรูปปูนปั้นศิลปะของสมัยสุโขทัยเดิม ในอิริยาบถลีลา เดินอันอ่อนช้อยและงดงาม

นำท่านเลือกซื้อผ้าซิ่นตีนจกจากบ้านหาดเสี้ยวอันโด่งดัง

แล้วนำนมัสการพระพุทธชินราชที่ได้ชื่อว่า เป็นพระพุทธรูปแบบสุโขทัยที่งดงามสุดในประเทศไทย ณ เมืองพิษณุโลกหรือเมืองสองแคว อดีตเมืองลูกหลวงสมัยสุโขทัยทางทิศตะวันออก



Back to Top